Help - Search - Members - Calendar
Full Version: หนังดี ราคาถูก รูปทรงสวยงาม ตัวหนังอมตะนิรันดร์
ThaiDVD.net | Hi-DEF Blu-Ray DVD HTPC Home Theater ไฮเดฟ บลูเรย์ ดีวีดี โฮมเธียเตอร์ > :: DVD Zone :: > All About -DVD-
Pages: 1, 2, 3, 4, 5, 6
chez_chat
ผมเด็กน้ อย ไม่รู้จักสักเรื่อง
BOBBKK
QUOTE(guitarquiz @ Oct 9 2008, 12:13 AM) *


เอารูปมาให้ดูครับ นี่แหละครับ โรงหนังแกรนด์ที่น้า Bob แกพูดถึง โก๋หลังวัง ก็ที่นี่แหละครับ
เจริญสุดขีดในสมัยนั้น (ภาพจาก www.arunsawat.com)


อันนี้ลิโด้ครับ เดิ้ลสุดๆมาพร้อมกับสยามแสคว์ (ภาพจาก www.thaifilm.com)




ส่วนอันนี้ สยามเซ็นเตอร์ ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ เห็นรูปแรกไหมครับ รถติดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว 555
(ภาพจาก web blog The PilenZ)

รถติดไฟแดงครับ สมัยนั้นคนกลัวที่เดียวถนนเยาวราช
ปี 2520 ช่วงปลายปี อากาศหนาวเริ่มมา สมัยก่อนอากาศจะเย็นทุกปี ตรงลานจอดรถด้านที่ชื่อไทย (รูปบน) บริษัทคลอสเตอร์เบียรได้ประเดิมออกร้านขายเบียรสดเป็นครั้งแรก ใช้ชื่อว่าคลอสเตอร์เบียรการ์เด้น เจ้าของงานอ้างว่าเอารูปแบบมาจากงาน Octoberfest ของเยอรมัน ใครอยากรู้ไปหาหนังเรื่อง Beer Fest มาดูจะเห็นจริง ขายเบียรสดใส่เหยือกจำราคาไม่ได้ ปีแรกกับแกล้มมีอย่างเดียวเหลือเชื่อ ไก่ย่างห้าดาว เพราะไก่ย่างห้าดาววางตลาดปีนี้เหมือนกันเลยเจอกัน ทุกคืนจะมีการแข่งขันดื่มเบียร คนไทยเข้าแข่งไม่เกินสามเหยือกอยู่ ฝรั่งกินไปแปดเหยือก เหลือเชื่อตัวใหญ่กระเพาะปัสาวะคงใหญ่น่าดู คนแน่นทุกคืนยิ่งใกล้ปีใหม่คนยิ่งมาก เป็นพวกคนทำงานออฟฟิตนัดกันมากิน เพราะเฉลี่ยค่าใช้จ่ายง่ายดี รอบนี้ใครจ่าย เหยือกต่อไปใครจ่าย ใครทิป มุมไก่ย่างอยู่ตรงริมรั้วด้านสี่แยก ถัดไปเป็นโต๊ะนั่งกิน เลยเข้าไปเป็นที่จ่ายเบียร ต้องรีบไปจองโต๊ะตั้งแต่หกโมงเย็น เลยทุ่มอย่าหวังยาก พอปี 2521 เขารู้ทางแล้วเขาก็เพิ่มเมนูอาหารเข้ามาแต่ยังไม่มาก ลืมบอกใช้จานกระดาษตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ปีที่สองไก่ย่างห้าดาวไม่มาเพราะขายไม่ทันอยู่แล้วตามซอยทั่วกรุงเทพ เมนูเริ่มหลากหลาย พนักงานเดินไปซื้อเบียรให้ชักมีมาก รายได้ดี ค่าทิปอย่างเดียวก็เพลินแล้ว ค่เดินอย่างน้อย ๆ ก็ยี่สิบ สามสิบ ค่าเบียรปีที่แล้วน่าจะ 80 แล้วปีนี้ขึ้นเป็น 100 น่าจะใช่ ราคาแพงเพราะคลอสเตอร์ขวดเขียวเขาถือว่าเป็นระดับพลีเมื่ยม คนแน่นทุกคืน จำไม่ได้ว่าเลิกไปปีไหน เพราะทางห้างเอาที่คืนไปสร้าง อาคาร มาเจออีกทีปี 2537 หน้า World trade center ให้มันรู้กันไปมากันทุกเจ้า ปีแรกเจ้าเก่าคลอสเตอร์ก็มาแต่เหงา ขาใหม่มาแรงต้องชุดเขียว ไฮเนเก้น โอยดนตรีมันส์จ๊ะ เบียรสิงห์ก็มาชนกะเบียรช้างกันซึ่ง ๆ หน้า ที่นี้ใกล้ Octoberfest เพราะที่เยอรมัน เขาจะตั้งเต้นส์ เป็นระยะระยะ แต่ละหมู่บ้านจะมีเบียรเก่งโชวืได้ เขาจะยกเครื่องมาตั้งกลั่นกันตรงนั้น เต็มถนน Polaner และ Haffman Daufer ก็เป็นเบียรประเภทนี้ แต่ของเขากินกับขาหมูทอดเป็นหลัก มาที่นี่ของกินเพรียบ เบื่อเข้าไปเดินกินแอร์ในห้างแล้วออกมากินต่อ ช่วงอากาศเย็น ๆ สวรรค์ดีดีนี่เอง พอปี 2538 เพิ่มที่ SCB Park รัชดาเข้าไปอีก มีเบียร์ Beck มาแจมด้วย ไฮเนเก้น ขึ้นไปอยู่ชั้นสองข้างฟูดคอร์ทที่เป็นลานกลางแจ้ง ความมันส์ยังเหมือนเดิม ปีนี้ตึกไหนมีที่วางเปิดกันยกใหญ่สนุกสนาน หันไปตรงไหนเจอแต่ลานเบียร เป็นเดือนที่สนุกสนานมากก่อนปีใหม่ แต่แปลกพอผ่านปีใหม่ไป คนโหลงเหลงทุกวันจนถึงวันสุดท้ายโดยประมาณจะเป็น สิ้นเดือนมกราคม รอดูปีนี้จะมีที่ไหนเข้าตาบ้าง ครั้งที่แล้วไปหน้าเอสพลาหนาด พอไหว หน้าตึกประกันภัยก็โอเค
ZOOM
ขอบคุณมากครับ
hiwatcher
เล่าเรื่องเรื่องรูปพยนต์ น้าบ๊อบ ลืมยุคพระเอกชื่อ บ๊อบ (ทูน หิรัญทรัพย์) นางเอกชื่อ เปิ้ล (จารุณี) ไปแล้วหรือไร อ้อ ยุค น้าสมบัติ กับอรัญญา ที่เป็นคู่ขวัญดังขึ้นมาแทนหลังจากคุณมิตร ชัยบัญชา เสียชีพไปแล้ว ตอนทำเป็นหนังสืออย่าลืมกล่าวถึงด้วยนะครับ
อืมม์ หนังน้ำดีมีชื่อเสียง เรื่อง สวัสดีคุณครู และเพลงสวัสดีคุณครูของวงชาตรีที่ดังมาด้วยกัน ที่ทำให้ยุคนั้นมีหนังเกี่ยวกับนักเรียนออกมาฉายเจ๊งตามกันอีกหลายเรื่อง ห้ามลืมบันทึกนะครับ
อ้อ อีกเรื่องนึง รักทะเล้น ครับ จากนักเขียนนิยายเรื่องสั้นที่สุดฮิตในหมู่วัยรุ่นตอนต้นทำออกมาหลายเล่มเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อปากต่อคำของหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยแบบกวนๆ ทันเล่ห์กัน แกล้งกันไปแกล้งกันมาหนังเรื่องนี้นำเอามุกเด็ดจากหนังสือหลายๆ เรื่องของเขา มาร้อยเรียงเป็นหนังเรื่องเดียว โดยคุณศุภักษร (ที่ไม่ได้มีชื่อเล่นว่า กระแต) นักเขียนเจ้าของเรื่องที่มาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ดังระเบิดระเบ้อ ในหมู่วัยรุ่นยุคนั้น กับเพลงเด็ด "นั่นดอกอะไร เสียบไว้อยู่ในรูฮู้" ยังจำกันได้ไหมครับ ผมว่าดังพอๆ กับเพลงท่อนเด็ดที่มาก่อนหน้านั้นนับสิบปี "ซุขาอยู่ห้นใด" (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ ตั้งใจเลย อ่านแล้วจะได้เสียงร้องตามจริงเลยครับ) ยุคคุณไพโรจน์ สังกะสีบุบ ขออภัย สังวรริบุตร กับคุณลลนา สุลาวัลย์ คู่ขวัญอีกคู่นึง
นึกออกอีกเรื่องนึงก็เลยเข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมครับ ยุคตกต่ำของโรงหนังและรูปพยนต์ไทย เมื่อเกิดนวัตกรรมใหม่ที่มีกันทุกครัวเรือน มันคือ แอ่น แอ๊น เครื่องเล่นวีดีโอเทป ไงครับ มาพร้อมกับหนังซูมหนังก๊อปปี้ Hollywood ที่ลงเสียงพากย์อุบาต ค่าเช่าม้วนละ 10, 20 บาท ทำเอาโรงหนังปิดตัวกันไปเป็นแถวๆ
BOBBKK
ผมลืมไปสองสามเรื่องเพิ่งนึกออก
1. สนามหลวง เดี๋ยวนี้ไม่รู้จักแล้ว เมื่อก่อนทุกวันเสาร์อาทิตย์ เราจะไปเดินเล่นที่ท้องสนามหลวง บริเวณใต้ต้นมะขามที่เป็นทางเดินวงกลมรอลสนามหลวง จะมีพ่อค้าแมค้ามาจับของขึงผ้าใบ ตั้งโต๊ะขายสินค้าสารพัด ทั้งสองข้าง โดยแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นอาหารการกิน อีกครึ่งเป็นของใช้สารพัดที่คิดจะขาย วงกลมที่สองจะเป็นเสื้อผ้า ผ้าต่าง ๆ และตรงกลางจะเป็นมุมสัตว์เลี้ยงตอนนั้นที่ขายดีเป็นพวกปลาตู้ สัตว์เลี้ยงก็พวกกระต่าย กระแต กระรอก หนูถีบจักร สุนัขมีบ้างสมัยก่อนคนไม่มีปัญญาเลี้ยงหมาฝรั่งตลาดจึงยังไม่กว้าง คนขายสินค้าในตลาดสนามหลวงจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านนำผลิตผลมาขายเอง เป็นวิถีชาวบ้าน ผมชอบไปซื้อเนื้อตากแห้งมาเก็บไว้บ้านเวลาหาอะไรไม่ได้ก็ทอดกินกับข้าวอร่อย เดี๋ยวนี้หาไม่ได้แล้ว แล้วปลาดุกย่างเป็นอีกอย่างที่ผมจะต้องซื้อเนื้อเหลืองน่ากินมาก น้ำผึ้งก็มีหลายเจ้ากลัวไม่เชื่อตัดรังผึ้งมาทั้งรัง เวลาดูจะมีผึงบินไปมาเสียวน่าดู อีกอย่างข่าวแช่กินครั้งแรกที่สนามหลวงนี่แหละ ของกินพื้นบ้านไม่ว่าภาคไหนหาซื้อได้หมด ผมชอบการขายของที่นี่ เขาจะใช้วิธีตะโกนแข่งกัน เครื่องขยายเสียงยังไม่ค่อยมีใช้กัน ผมไปยืนดูนายห้างประจวบ จำปาทอง ท่านมาตะโกนขายแป้งน้ำจำปาทองทุกอาทิตย์ ทุกครั้งที่ผมมาจะต้องมายืนดู ผมชอบวิธีการของท่านนะครับ ประทับใจตั้งแต่ที่นี่แหละ ท่านขายแป้งน้ำอยู่นี่หลายปี จนมีข่าวว่าใส่ร้องเท้าฝังเพชร ผมก็ไม่เคยเห็นท่านอีก เห็นอีกทีทางช่อง 7 รายการชุมทางคนเด่น สินค้าเด่นประจำสนามหลวงอีกอย่างคือ ตะเข้ เครื่องดนตรีทำด้วยไม้เบาๆ มีสายสามเส้น มีปุ้มกด โด เร มี นี่แหละ ขายกันรอบสนามหลวง คนขายไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น ก้มหน้าก้มตาเล่นเพลงแล้วเพลงเล่าจนกว่าจะมีคนเข้ามาถาม
ข้ามฝั่งมาทางแม่พระธรณีบีบมวยผม จะเป็นบรรดาร้านหนังสือ จะมาเดินหาหนังสือเก่าแต่ส่วนใหญ่จะได้หนังสือลามกกลับไป สมัยนั้นเขาเรียกหนังสือปกขาว เขาทำเป็นเล่มเล็ก ๆ หน้าปกจะสีขาวอาบมัน มีชื่อเรื่อง เด็กรุ่นหนุ่มใหม่ ๆ มักจะเผลอซื้อด้วยความอยากรู้ นิยายลามกอย่างนี้ไม่น่าเชื่อว่าขายได้ เพราะเรื่องที่แต่งเกินจริง และบรรยายเกินธรรมชาติ แต่ขายดี ตอนมาที่ JJ ยังมีขายอยู่เลย
แต่แล้วความไม่แน่นอนก็บังเกิด เหมือนฟ้าผ่าลงกลางสนามหลวง วันที่ 5 มิถุนายน 2521 กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือไปถึงกรุงเทพมหานครให้ย้ายตลาดนัดสนามหลวงออกไป จะเอาสถานที่ไว้ประกอบราชพิธี คนขายปประท้วงกันยกใหญ่ อ้างสารพัดที่จะอ้างได้ ไปอยู่ที่ใหม่ใครจะไปซื้อ ใครจะรู้จัก ตลาดนัดสนามหลวงจึงได้ที่ใหม่เป็นตลาดนัดสวนจตุจักร และได้ผลลัพท์สำหรับทุกคำถามตอนประท้วง ที่จตุจักรผมว่าน่าจะย้ายอีกรอบได้แล้ว เอาไปไว้ชานเมืองหน่อย หาพื้นที่ให้กว้าง ๆ มีที่จอดรถ มีที่ให้ชาวบ้านมาขายผลผลิตด้วยตนเอง เพราะที่จตุจักรกลายเป็นตลาดแฟชั่น และวิถีชาวบ้านเริ่มไม่มี สินค้าก็แพง ไม่เป็นระเบียบ เดินลำบากมาก หาอะไรก็ไม่เจอ เพราะการวางผังงงมาก ทั้งคนวาง คนเดิน คนขาย เอาตรวนี้ไปทำสวนสาธารณะเถิดครับ รวมของเก่าให้กว้าง ๆ แล้วสร้างเวทีเล็ก ๆ เป็นระยะ ๆ ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ใครอยากจะแสดงอะไรให้มาลงชื่อ ไม่ว่าจะลำละคร เล่นงิ้ว เล่นโขน เล่นลิเก เด็ก ๆ อาจมาโชว์ฝีมือทางดนตรี ไม่ต้องไปยืนตากแดดในตลาด ส่วนใครอยากดูอะไรก็แวะดู จะเป็นสถานที่พักผ่อนแข้งกับ Central Park ของ NY เลย แต่เราเอาย่านชินจูกุของญี่ปุ่นมาไว้ด้วย เด็กวัยรุ่นจะได้มีที่ไปเสาร์อาทิตย์ มาทำกิจกรรมรวมกันที่นี่ คนแก่ก็มาเดินออกกำลังกายได้ การเดินทางก็สะดวก มีทั้งบนดิน ใต้ดิน บนฟ้า
2. หลังกระทรวง บริเวณแม่พระธรณี เดินข้ามถนนไปเป็นตึกแถวยาวเหยียด ที่นี่เคยเป็นที่พึ่งของคนยาก เราเรียกว่าหลังกระทรวง ไม่ว่าจะซื้อะไร เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องดนตรี เครื่องกีฬา เสื้อผ้า เราจะมาหากันที่นี้ มีขายทุกอย่าง ตอนนั้นคลองถมยังไม่มี ผมเดินทุกครั้งที่มาสนามหลวง แต่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไร ค่าเล่าเรียนยังไม่รู้จะเอาที่ไหนไปจ่าย สงสารผู้ปกครอง ผมซื้ออยู่อย่างที่ไม่เคยขาดตั้งแต่เด็กจนแก่ คือหนังสือ ผมชอบซื้อหนังสือ ซื้อมากองไว้ พอว่างนั่งอ่านหมดเลย ผมอ่านที่เดียวจบเล่ม หากไม่จบจะไม่จบไปตลอดเพราะไม่หยิบกลับมาอ่านซ้ำ
3. ภัตตาคารกินนรีนาวา ภัตตาคารรูปเรือตั้งอยู่ในสวนลุม หน้าเรือมีรูปกินรี เวลาจะไปต้องนั่งเรือข้ามฝาก ไปกิน เป็นภัตตาคารระดับ 5 ดาวของกรุงเทพ ไม่รวยไม่มีปัญญาข้ามไปกิน เข้าต้องการให้เป็นอย่างนั้น ส่วนใหญ่จะมีแขกต่างชาตเยอะ เพราะการเลี้ยงรับรอง ที่นี่จะเป็น Location สำหรับการถ่ายทำหนังทั้งไทยและเทศ กินนรีนาวาไปโชว์โฉมอยู่ในหนังหลายเรื่อง โดยเฉพาะหนังฮ่องกง คนฮ่องกงมาเลยต้องมาชักรูปเป็นที่ระลึก เหมือนเราไปฮ่องกงต้องไปเต๊ะท่าถ่ายรูปที่ Jumbo ภัตตาคาร หนังไทยไม่ต้องพูดถึงหลายร้อยเรื่องแน่นอน มีฉากพระเอกใส่ทักซิโดมากินข้าวเย็นที่นี่หลายเรื่อง เสียดายตอนหลังเกิดไฟไหม้ปิดตำนานไป ที่สวงนลุมน่าเสียดายหลายอย่าง เวทีลีลาสสวนลุมพินีที่เคยใช้จัดการแข่งขันประกวดสตริงคอมโปบ้ชิงถ้วยพระราชทาน เมื่อปี 2511 ที่นี้เวลาเปลี่ยนวงดนตรี ไม่ต้องรอเด็กมาขน เวทีจะหมุนกลับเข้าไปข้างใน เอาด้านในออกมา ทุกอย่างก็พร้อมเลย เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร หรือกทม.มัวแต่วางแผนทำรถไฟฟ้าเลยไม่ค่อยมีเวลามาปรับปรุง หากยังไหวปรับปรุงเถิดครรับ อะไรที่ดีดีเก็บไว้บ้างก็ได้อย่าให้ร้างไปตามกาลเวลา ในสวนลุมยังมีเวทีกลางแจ้งอีกเมื่อก่อนใช้แสดงหลายอย่างทั้งฟรีและสียเงิน กายกรรมจากต่างประเทศก็เคยใช้แสดง นี่ยังไม่รวมสมัยช่วง 2500 ที่นี่ใช้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เป็นประจำทุกปี เป็นงานฤดูหนาวที่น่าเที่ยว มีการประกวดนางสาวพระนคร นางสาวธนบึรีด้วย แต่ผมชอบรำวง โดยเฉพาดาราน้อยจากราชบุรี มางานนี้ผมจะต้องซื้อบัตรขึ้นเวทีไปเด้งหน้าเด้งหลังกับเขาด้วย มันส์พ.ศ.นั้นแหละ ได้แค่นั้น จำไม่ได้งานเลิกไปเมื่อไร สาเหตุใด ต้องกลับไปนอนคิดดูก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วคิดดูกรุงเทพมีงานประจำปีอะไรที่เป็นงานหลัก เพื่อโปรโมทท้องเที่ยวได้บ้าง ที่ไหน ๆ ในโลกเขามีทั้งนั้นและแต่ละที่จะยิ่งใหญ่ทั้งนั้น จัดตรงสวนลุมนี่แหละเหมาะสมทุกประการ ให้เป็นงานประจำปี ออกขาวให้ฝรั่งอยากมาดูจนเนื้อเต้นไปเลย ขอเชียร
4. ตุลามหาวิปโยค พอสายลมแห่งเดือนตุลาพัดมาสัมผัสผิวกาย ผมจะนึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทุกปี และพยายามจะเล่าเรื่องราวให้คนอื่นฟังทุกทีที่มีโอกาศ ยังไม่รู้จะตั้งหลักยังไง ไม่อยากให้เป็นการโต้แย้ง เพื่อแตกแยกทางความคิด ผิดหรือถูก ผมแค่ต้องการให้รู้ว่าครั้งหนึ่งในอดีตที่ผ่านมาเราเจอเหตุการณ์นี้ วันที่ไม่น่าเชื่อว่าตื่นเช้ามาเรามีเสรีภาพอย่างสุดสุดในทุกด้าน ไว้พร้อมผมจะกลับมาพร้อมรายละเอียด รอไปก่อนนะ

จิ๊กโก๋อมตะ
guitarquiz
เรื่องหลังมาหารูปยากครับ ยังไม่เจอเลยครับน้า BOB

ท้องสนามหลวง ก่อนเลิกมีตลาดนัด (ภาพจาก www.tv5.co.th)



อันนี้ร้านค้าหลังกระทรวง เคยต้อนรับทั้ง คุณหลวง เจ้าคุณ ดารา นักแสดงมาแล้ว เช่น มิตร ชัยบัญชา สมบัติ เมทนี เมื่ออดีต
(ร้านปู่ผมเองครับ ถ่ายเมื่อ พ.ศ.2502) ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเครื่องดนตรี ชื่อร้านเดิมครับ



อันนี้การประกวดนางงามที่วังสราญรมณ์ ในภาพเป็นคุณ อมรา อัศวนนท์ (ภาพจาก คุณลูกอีช่างเก็บ www.cokethai.com)

foreverJ
โรงหนัง"โอเดียน" เด็กๆ ดูจากโรงนี้เป็นประจำ ถัดไปอีกนิดก็เฉลิมบุรี ถัดไปอีกก็สิริรามา

ภาพนี้เป็นภาพจากหนังสือ"เรียงร้อยรอยอดีต" เล่ม 2 ตอนก่อนกรุงเทพฯจะเปลี่ยนไป ของ"โกวิท ตั้งตรงจิตร"
ปล.
3. ภัตตาคารกินนรีนาวา พ่อกับแม่แต่งงานที่นี่ครับ น้าบ๊อบ rolleyes.gif
BOBBKK
QUOTE(foreverJ @ Oct 13 2008, 12:41 PM) *
โรงหนัง"โอเดียน" เด็กๆ ดูจากโรงนี้เป็นประจำ ถัดไปอีกนิดก็เฉลิมบุรี ถัดไปอีกก็สิริรามา

ภาพนี้เป็นภาพจากหนังสือ"เรียงร้อยรอยอดีต" เล่ม 2 ตอนก่อนกรุงเทพฯจะเปลี่ยนไป ของ"โกวิท ตั้งตรงจิตร"
ปล.
3. ภัตตาคารกินนรีนาวา พ่อกับแม่แต่งงานที่นี่ครับ น้าบ๊อบ rolleyes.gif

ขอดูรูปที่ถ่ายหัวเรือด้วยซิครับ พ่อแม่ท่านทันสมัยน่าดูนะ
BOBBKK
(ศูนย์การค้า) ต่อให้จบ.....
ช่วงปี 2527 มีการก่อสร้างและเปิดเป็นศูนย์การค้าบนถนนเพชรบุรี ประตูน้ำ ชื่อห้างพันธ์ทิพย์พลาซ่า เมื่อตอนเปิดใหม่มิได้เป็นศูนย์ไอทีอย่างทุกวันนี้ มีการเปิดห้างสรรพสินค้าชื่อ Excel Department store เจ้าของอยู่วงการค้าน้ำตาล เป็นศูนย์ที่ทันสมัย มีการนำบาร์โค๊ดมาใช้เป็นแห่งแรก แต่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ห้างก็เหมือนห้างทั่วไป จำหน่ายสินค้าหลากหลาย แล้วจะไปสู้เซ็นทรัล โรบินสันได้ยังไง ทำได้ไม่ถึงสองปีก็ถอยทัพ ที่ห้างพันธ์ทิพยังมีโรงหนังอยู่ชั้นใต้ดิน ไม่รู้เคยมีใครเคยดูหรือเปล่ายุคนั้นจัดว่าชั้นหนึ่งทีเดียว แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือชั้นบนสุดด้านหน้ามีการเปิด พันธ์ทิพย์ภัตตาคาร เป็นร้านอาหารจีนสุดหรูเลิศอลังการ กลางคืนมีกรุ๊ฟทัวร์มาใช้บริการแน่นจนแทบไม่มีโต๊ะต้องจองกันล่วงหน้า ทางขึ้นใช้ลิฟท์แก้วที่อยู่ด้านหน้านั่นแหละ ภายในแต่งไว้อย่างหรูเริดสะแมนแตนด์เชียวละ มีอาหารจีนทั่วไป บริกรก็ฝึกมาอย่างดี พอหลังสามทุ่มก็ไล่กรุ๊ฟทัวร์ออก (คิดครึ่งราคา) แล้วจัดพื้นที่ตรงกลางเป็นฟอร์เต้นรำ มีพาทเนอร์เป็นคู่เต้น ลืมบอกดนตรีที่นี่ดีมาก ที่อื่นนักดนตรีอย่างมากไม่เกินสิบท่าน ที่นี่วงใหญ่มากเรียกว่า บิ๊กแบนด์เลยละ เหมือนที่เห็นในหนังฝรั่งเลย นอกจากนั้นทุกคืนจะมีนักไวโอลินมาโชว์ฝีมือผมขออภัยจำชื่อท่านไม่ได้ นักดนตรีแต่ละท่านก็สุดยอดฝีมือทั้งนั้น ผมแอบเห็นลูกชายครูสมานนั่งอยู่หลังแกรนด์เปียโน แค่ฟังดนตรีก็ชื่นใจ นักร้องจะมีมาจากฮ่องกงและไต้หวันสลับกันโชว์ ที่น่าเบื่อคือกายกรรมดูตั้งแต่กาแลคซี่มาที่นี่ก็โชว์เหมือนเดิม แบบเอนหลังลงไปกินน้ำชา ประเภทตีลังกาต่อตัวอะไรประมาณนี้ ที่สุดยอดเบื่อคือการควงจานทีละหลาย ๆ ใบแล้วเอาไปปักไว้ที่ละอัน โอ้มายก๊อดดูตั้งแต่นกน้อยภัตตาคารที่สวนมะลิ มากาแลคซี่ พันธ์ทิพย์เปิดใหม่ก็มีโชว์ เข้าใจว่าคนละคณะ เคยถามผู้รู้เขาบอกว่านอกจากจ้างถูกแล้วพวกกรุ๊ฟทัวร์ชอบ แล้วไปทัวร์กันยังไงไม่เคยดูเขาควงจาน ส่วนพาร์ทเนอร์ก็สวยพอ ๆ กับกาแลคซี่ จะสู้กาแลคซี่ไม่ได้ตรงที่กาแลคซี่เวลาเราเดินเข้าห้องน้ำ กำลังยืนล้วงหยิบก๊อกมาไขเอาน้ำออก ข้างหน้าที่อื่นจะเป็นกำแพง ติดรูป มีอยู่ร้านที่สุขุมวิทร้านที่ขายปูขนร้านแรกจำชื่อไม่ได้ นึกออกจะมาบอก ข้างหน้าเราจะเป็นภาพวาดกามาสูตร แต่ที่กาแลคซี่มองไปเป็นห้องกระจกเหมือนอาบนวด พนักงานนั่งติดเบอร์กันเต็มตู้ เราสามารถดูและเลือกคู่เต้นของเราเองได้ เสียดายที่พันธ์ทิพก็อยู่ไม่นานไม่รู้ทำไม ผมไปทีไรก็แน่นทุกครั้ง ลูกค้านะแน่นร้าน แต่ผมนะแน่นหน้าอกเวลาเห็นบิล เสียเงินมาก็เยอะยังเต้นรำไม่เป็นซักจังหวะ ลองเต้น ชะ ชะ ซ่า คู่เต้นบอกเต้นเหมือนหางเครื่องลูกทุ่ง จบข่าว เดี๋ยวหาที่ไปเรียนน่าจะดีว่าง ๆ
ในขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามก็กำลังจะเปิดห้าง City Department Store ตัวอาคารยังอยู่ ปัจจุบันเป็นศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าสบายไป น่าจะทำตั้งแต่แรกแล้ว
กลับมาที่พันธ์ทิพย์ พอห้าง Excel เลิกไป ร้านหนังสือก็เลิกไป ภัตาคารก็เลิก โรงหนังเลิกหลังสุด ทางศูนย์ก็เปิดรับของใหม่ Computer ตอนนั้นตลาดยังไม่กว้าง เพราะ PC ตัวหนึ่งคุยกันเป็นแสน ผมซื้อชุดแรก พร้อม Printer Panasonic แปดหมื่นกว่า ๆ จะได้ขึ้นสวรรค์ก็เที่ยวนี้ เพราะซื้อใหม่ ผมเอาชุดแปดหมื่นไปถวายวัดที่เชียงใหม่ให้พระฝึกเล่น Hi5 ที่พันธ์ทิพย์นี่หละที่เป็นสถานที่แจ้งเกิดให้ VCD ตอนนั้นมีโปรแกรมอะไรสักอย่างใส่ไปในเครื่องแล้วสามารถเล่น VCD ได้ ส่วนแผ่นไม่ว่าเดินไปชั้นไหนก็จะมีคนเข้ามาถาม โป๊ไหมพี่ ไทย จีน ยี่ปุ่น มีหมดนะ แผ่นละร้อย จ่ายเงินเสร็จเดินเตร่ ๆ สักพัก คนขายบอกของพี่วางอยู่โคนต้นไม้ ผมเคยซื้อ Tarzan X มาไม่รู้ไปไหนชอบมาก อีกเรื่องเกี่ยวกับ Viking อะไรสักอย่าง เพราะสมัยนั้นหนังโป๊ยังมีฝีมือถ่ายทำเป็นหนังยาว มีเนื้อหามีผู้กำกับ ดูสนุกครับ ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ กล้อง VDO 1 ตัว กับเงินค่าเช่าห้องโรงแรมม่านรูด พาดาราเข้าห้องถ่ายได้แล้วเรื่องหนึ่ง คนดูไม่คุ้มเลย หลังจากนั้นไม่นานก็ระบาดไปคลองถม เครื่องเล่น VCD มาจากจีนรุ่นแรกก็มาขายที่นี่ มีหลายยี่ห้อแล้วแต่จะคิดออก ที่สำคัญมีการติดตรา Sony ตัวถังสีทอง 3,500 ตัวถังสีเงิน Panasonic 3,000 บาท ท่านที่ทันเห็นคงจำได้ ผมได้มาตัวเพื่อนมันซื้อมาฝากจากจีน แถมบอกด้วยว่าอนาคตจะเป็นที่นิยม เกือบจะบอกมันเหมือนกันพันธ์ทิพย์มีขายอื้อ อีกอย่างที่เกิดและเจริญเติบโตจากที่นี้ mp3 โดยเล่นผ่านโปรแกรม winamp โปรแกรมนี้เมื่อก่อนต้องซื้อเพิ่มนะ แล้วแผ่น mp3 ก็เกิดขึ้นที่นี้ Vampire ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังทำหรือเปล่า สุดยอดจริง ๆ แผ่นละเป็นร้อยกว่าเพลง ผมซื้อเพลงสากลเก่า ๆ เก็บ ไม่ได้ใส่ใจไม่รู้ไปไหนหมด หาชุด Beatle ยังไม่เจอชอบมากครบทุกชุด เพลงเก่าไทย ลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง ฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น ผมซื้อหมดมีร้านประจำอยู่ชั้น 3 แผ่นละหนึ่งร้อยบาท ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ซื้อ 4 แถม 1 จำไม่ค่อยได้ แต่ที่แน่ ๆ mp3 ต้องขอบคุณนักร้องโฟร์คซองค์ที่มาสังกัดแกรมมี่ ออกอัลบั้มมาชุด ประเทือง แผ่น mp3 เพลงไทยใช้ชื่อประเทืองเป็นชื่อชุด หลังจากนั้นก็ประเทืองมาเรื่อยจนล่าสุดผมเห็นแวบ ๆ ประเทือง 3,xxx แล้ว โอสุดยอดขอบคุณคุณไท ธนาวุธ เป็นอย่างสูงที่ทำให้มีประเทืองมาจนทุกวันนี้ อ้อลืมบอกเมื่อก่อนเป็นแผ่นปั๊มเกือบทั้งหมด เดี๋ยวนี้หาแผ่นปั๊มแทบไม่เจอ มีแต่แผ่นไรท์ขายร้อยเหมือนเดิม ยืมเพื่อนก๊อปก็ได้ ใครรู้จักคนทำบอกด้วยเถิดปั๊มแบบเดิมนะดีแล้ว หากขายไม่คุ้มขึ้นราคาหน่อยก็ได้ไม่ว่ากัน ที่นี้มีร้ายขายของเก่า ของเก่านะ (use shop) ผมชอบเข้าไปดูเครื่องดนตรี เล่นไม่เป็น และไม่มีเงินซื้อแต่ชอบดู เขามีหนังสือเป็นของตัวเองด้วยชื่อ คู่มือซื้อขาย ภายหลังเขาย้ายมาอยู่ที่ชั้น 4 อาคารฟอร์จูนทาวน์ รัชดาจนถึงทุกวันนี้
ปี 2528 แผ่นดินทองสี่แยกประทุมวันยังเหลืออีกพื้นฝั่งตรงข้ามสยามบนถนนพญาไท เป็นที่ทรัพย์สินจุฬาเปิดให้ผู้สนใจลงทุนเสนอโครงการ ผู้ชนะคือ บริษัท มาบุญครองไซโลและอบพืช จำกัด เจ้าของท่าเทียบเรือน้ำลึกที่หาดผาแดง ศรีราชา ชลบุรี เป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดไปตลาดยุโรปรายใหญ่ที่สุดของไทย (วันหน้าจะมาเล่าให้ฟังอยุ่ในวงการส่งออกสินค้าโภคภัณท์มานาน) ตัวอาคารเป็นพลาซ่าร์ 7 ชั้น เพื่อให้มีจุดขายที่นี่จึงทำเป็นมหาอาณาจักรหินอ่อน ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ด้านนอกประดับด้วยหินอ่อน ภานในห้องน้ำยังหินอ่อน ตอนเปิดใหม่ ชั้นล่างจะเป็นร้านดังทั้งหลาย ชั้นสองจะมีร้านกีฬา นาฬิกา เครื่องประดับ ชั้นสามสินค้าเริ่มหลากหลาย ที่สำคัญแม่เหล็กตอนนั้นมีร้าน แมงป่อง ร้านลูกแมว ร้าน Robot ทั้งสามเจ้าขาย VDO ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มีกฎหมายลิขสิทธ์ ผมไปหาซื้อ concert นอกมาเก็บให้ราขึ้นหลายร้อยม้วน สบายใจอยากซื้อนะ แม่เหล็กตอนเปิดคือชั้นหก ศูนย์อาหารเชลส์ชวนชิม โดยเชิญ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี มาเป็นคนคัดเลือก เมื่อตอนเปิดร้านไหนไม่มีป้ายเชลส์ชวนชิมไม่มีโอกาสมาเปิด คนกินก็ชอบมาที่นี่ครบเลือกเอาเลยจะกินอะไร ไม่ใช้เฉพาะร้านในกรุง ร้านต่างจังหวัดก็มีมา ตอนเปิดใหม่ผมไปทุกสัปดาห์ แค่เดินดูสาว ๆ ก็เกินคุ้มแล้วครับ ใครเคยกิน ซุปเปอร์ลาดหน้า ที่นี่จะติดใจ ตอนหลังเข้าใจว่าเปลี่ยนคนทำเลยซาไป สมัยแรกต้องเข้าคิวนะ แล้วมีขาหมูตรอกซุง ก้วยเตี๋ยวเนื้อ หมอดินจากอโศก โป่วเทียมฮง เจ้านี้ดังไปถึงต่างประเทศ พอ ๆ กับขาหมูตรอกซุง ต่างชาติมาเข้าคิวแน่นทุกวัน มีเย็นตาโฟวัดแขกมาด้วย ตอนเปิดใหม่ตรงที่ขายกาแฟเอี๊ยะแซ จะมีอยู่สองหรือสามโต๊ะ จะมีกลุ่มคนหูหนวกมานัดพบกันเห็นแล้วอิจฉา มีทั้งชายหญิงคุยกันไม่รบกวนใครเลย นั่งดูเพลินจริง ๆ เดี๋ยวนี้ยังมีหรือเปล่าไม่รู้ เดี๋ยวนี้ศูนย์อาหารชั้นหก ถูกลดพื้นที่ไปเยอะร้านค้าก็ไม่อร่อยเหมือนเก่า ราคาก็แพงขึ้น ล่าสุดมีการเปิดชั้นห้าเป็นแบบ Foodloff (ใครรุ้บ้างเขาเรียกว่าอะไร) เข้าไปมีบัตรให้ใปกินเสร็จจ่ายเงินตอนออก ที่ชั้นห้า เพราะมหาอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์ไม่ค่อยมีคนเดิน เมื่อตอนเปิดนะไม่มีคู่แข่ง เดี๋ยวนี้ที่ไหนก็มี ชั้นเจ็ดเมื่อก่อนมีห้องไว้จัดประชุมตอนหลังปรับปรุงเป็น MBK Hall ไว้แสดง concert ผมมีโอกาสไปดู Scorpions แมงป่องผยองเดชอีกครั้งก็ที่นี่ ไม่ตื่นเต้นเหมือนตอนดูอินดอร์หัวหมาก เมื่อประมาณสามสิบปีก่อนที่จัดโดย Blank International ในเครือ JBL ที่มาบุญครองยังมีร้านขายกระดาษเขียนจดหมายไม่เชื่อจริง ขายกระดาษเขียนจดหมาย ทุกวันนี้ยังอยู่ มาบุญครองบูมครั้งแรกตอนเครื่องเล่นเกมส์ Super Famicon ของญี่ปุ่น แต่ไต้หวันทำหัวโปรเสียบด้านบน ไม่ต้องใช้ตลับ ซื้อโปรแกรมเกมส์ที่เป็นแผ่นดิสเก็ท โหลดใส่แล้วเล่นได้เลย ร้านขายเกมส์ที่ชั้นสามคนแน่นมาก ไม่ว่าสินค้าใดมาจะต้องแจ้งเกิดที่นี่ให้ได้ กล้องดิจิทัล แล้วก็มาถึงยุคมือถือ ต้องมาบุญครอง เต็มห้างไปหมดมีอยู่ทุกซอกทุกมุม ตอนเสก็ตโรลเลอร์เบรดนิยมก็ต้องมาซื้อที่นี้ อยากรู้ว่ามีอะไรใหม่ไปดูได้ที่มาบุญครอง บริเวณด้านหน้าเป็นส่วนเช่าของห้างโตคิว ห้างเดียวกันกับที่ปิดไปบนรัชดา ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ขายดีด้วย จุดขายตอนเปิดห้างอีกอย่างคือทางเดินติดแอร์ข้ามถนนด้านพญาไท และที่พิเศษกว่านั้นคือมีทางเดินอัตโนมัติ ซึ่งไม่ใช้ของใหม่ห้างคาเธย์ที่เยาวราชก็นำมาใช้ก่อนแล้ว แต่นี้อยู่บนสะพาน ติดแอร์อีกต่างหาก ขอทานเลยหมดสิทธิ ได้แต่นั้งตีนกระได มาบุญครองยังคงอยู่และน่าจะอยู่ต่อไปอีกนานหากจุฬาไม่ยกเลิกสัญญาแล้วทุบทิ้ง ได้ข่าวมาว่าฝั่งตรงข้ามที่เป็นโรงแรมสากลกำลังจะพัฒนาเป็นศูนย์การค้าอีกแห่งยอดเยี่ยม ปัจจุบันที่ชั้นสามมีตลาดแลกเปลี่ยนนาฬิกาใช้แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ได้คุยกันแค่ Rolex นะ เดี๋ยวนี้เล่นกันหลายยี่ห้อ แต่ละเรือนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเจอ Patek ใช้แล้ว สายยางสีดำ หกแสนบาท กลับบ้านแทบไม่ถูก
เรื่องเกี่ยวกับห้างแหล่งชุมนุมคนหนุ่มสาว จากปี 2499 วังบูรพา จนมาถึง 2530 มาบุญครองเซ็นเตอร์ ห้างอื่น ๆ ไม่ต้องน้อยใจนะ เราพูดถึงแหล่งนัดพบของหนุ่มสาวแห่งยุค

ขาดตกบกพร่องหรือผมลืมอะไรไปบอกนะ จะมาเพิ่มเติมให้ ไม่สบายสมองมันตื้อ HDD มันแฮงค์นะ

จิ๊กโก๋อมตะ

ปล.เรื่องต่อไปเอาใจท่าน Guitarquiz โดยเฉพาะ จะเป็นเรื่องนักดนตรีกับไนต์คลับ กำลังคิดว่าจะเริ่มปีไหนแล้วจบปีไหนดี น่าจะเริ่มจากการประกวดสตริงครั้งที่ 1 ไปสิ้นสุดประมาณ ปี 2520 หลังจากสงครามเวียตนามเลิกรบกันแล้ว ใครมีความเห็นใดเชิญนะครับ
guitarquiz
ขอบคุณล่วงหน้าครับน้า BOB ศูนย์อาหารที่มาบุญครองยังมีโต๊ะที่คนหูหนวกมานั่งอยู่ครับ ผมเคยเจอ 2-3 ครั้ง

น้า BOB ครับ ขอความเห็นว่าถ้าำำพวกเราให้ admin ย้ายกระัทู้พวกเราไปที่ริมระเบียงแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น

"กรุงเทพวันวาน...ยังหวานอยู่ โดย จิกโก๋อมตะ BOBBKK" น้า BOB คิดว่าเป็นไงครับดีหรือเ้ปล่า
ขอความเห็นครับ
BOBBKK
QUOTE(hiwatcher @ Oct 13 2008, 02:15 AM) *
เล่าเรื่องเรื่องรูปพยนต์ น้าบ๊อบ ลืมยุคพระเอกชื่อ บ๊อบ (ทูน หิรัญทรัพย์) นางเอกชื่อ เปิ้ล (จารุณี) ไปแล้วหรือไร อ้อ ยุค น้าสมบัติ กับอรัญญา ที่เป็นคู่ขวัญดังขึ้นมาแทนหลังจากคุณมิตร ชัยบัญชา เสียชีพไปแล้ว ตอนทำเป็นหนังสืออย่าลืมกล่าวถึงด้วยนะครับ
อืมม์ หนังน้ำดีมีชื่อเสียง เรื่อง สวัสดีคุณครู และเพลงสวัสดีคุณครูของวงชาตรีที่ดังมาด้วยกัน ที่ทำให้ยุคนั้นมีหนังเกี่ยวกับนักเรียนออกมาฉายเจ๊งตามกันอีกหลายเรื่อง ห้ามลืมบันทึกนะครับ
อ้อ อีกเรื่องนึง รักทะเล้น ครับ จากนักเขียนนิยายเรื่องสั้นที่สุดฮิตในหมู่วัยรุ่นตอนต้นทำออกมาหลายเล่มเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อปากต่อคำของหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยแบบกวนๆ ทันเล่ห์กัน แกล้งกันไปแกล้งกันมาหนังเรื่องนี้นำเอามุกเด็ดจากหนังสือหลายๆ เรื่องของเขา มาร้อยเรียงเป็นหนังเรื่องเดียว โดยคุณศุภักษร (ที่ไม่ได้มีชื่อเล่นว่า กระแต) นักเขียนเจ้าของเรื่องที่มาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ดังระเบิดระเบ้อ ในหมู่วัยรุ่นยุคนั้น กับเพลงเด็ด "นั่นดอกอะไร เสียบไว้อยู่ในรูฮู้" ยังจำกันได้ไหมครับ ผมว่าดังพอๆ กับเพลงท่อนเด็ดที่มาก่อนหน้านั้นนับสิบปี "ซุขาอยู่ห้นใด" (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะครับ ตั้งใจเลย อ่านแล้วจะได้เสียงร้องตามจริงเลยครับ) ยุคคุณไพโรจน์ สังกะสีบุบ ขออภัย สังวรริบุตร กับคุณลลนา สุลาวัลย์ คู่ขวัญอีกคู่นึง
นึกออกอีกเรื่องนึงก็เลยเข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมครับ ยุคตกต่ำของโรงหนังและรูปพยนต์ไทย เมื่อเกิดนวัตกรรมใหม่ที่มีกันทุกครัวเรือน มันคือ แอ่น แอ๊น เครื่องเล่นวีดีโอเทป ไงครับ มาพร้อมกับหนังซูมหนังก๊อปปี้ Hollywood ที่ลงเสียงพากย์อุบาต ค่าเช่าม้วนละ 10, 20 บาท ทำเอาโรงหนังปิดตัวกันไปเป็นแถวๆ

ขอบคุณมากครับที่เตือนความจำ ผมจำได้แต่ลืมกล่าวถึง สาเหตุที่ทำให้หนังโรงตกต่ำมีหลายสาเหตุ...
สาเหตุจากรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีฟิลม์หนังจากต่างประเทศ โดยเริ่มจากปี 2523 การขึ้นภาษีจากเมตรละ แปดบาทเป็นเมตรละ สามสิบบาท ในช่วงนั้น Major Hollywood ยังไม่มีการแต่งตั้งตัวแทนถาวร ยังใช้การขายสิทธิ์ผ่านผู้ซื้อทั่วไป โดยสถานที่เก็บฟิลม์หรือศูนย์กลางการค้าอยู่ที่ตึกอาคเนย์ประกันภัย สีลม การขึ้นภาษีได้รับการตอบโต้โดยสมาคมค้าหนังของ Hollywood ประกาศงดส่งหนังทุกเรื่องเข้ามาฉายในประเทศไทย ทำให้หนังดัง หนังออสการ์ไม่มีโอกาศมาฉายบ้านเรา ข้อดีคือ หนังไทยสร้างกันอย่างบ้าเลือดถึงปีละ 160 เรื่อง แล้วจะไปฉายให้ใครดู หนังเหล่านั้นเกินกว่าครึ่งเป็นการเข้ามาของผู้ลงทุนหน้าใหม่ ด้วยสาเหตุหลายประการ ส่วนมืออาชีพยังคงเอาตัวรอดมาได้ อีกประการคือเมื่อไม่มีหนังจากอเมริกา เราก็หันไปพึงอิตาลีและหนังประกวดต่าง ๆ ทั้งจากฝรั่งเศษ เสปน อังกฤษ เรามีหนังดีดี แปลก ๆ ดู ไม่ขาดระยะ ที่น่าแปลกคือพวกหนังทะลึ้ง หนังวับ ๆ แวม ๆ หนังที่เล่าเรื่องวนเวียนอยู่กับเรื่อง Sex ได้รับความนิยมมาก ลันโด บราซังซ่า จากหนังอิตาลี เปอร์ซี่น็อตหลุด , ไอ้หนุ่มพลังม้า อะไรประมาณนี้ได้รับความนิยม เพราะเป็นหนังดูตลกและแปลกไป การเล่าเรื่องต่างจากฮอลลีวู๊ด คนดูก็ชอบ ที่จำได้ยังมี เจ้าป่าดู๋ดี๋ ทาร์ซานกับเจนในแบบอิตาลี นอกนั้นยังมีหนังเพลงพวกรักน้อย ๆ หน่อย ซึ่งมีเข้ามาฉายหลายภาค เป็นหนังวัยรุ่นง่าย ๆ ประกอบเพลงเพราะ ๆ นอกนั้นก็เปิดโอกาศให้พวกริงโก้ เป๊กโก้ จังโก เวโก้ ปาทองโก้ เขามาอาระวาดกวาดเงินเรา พอปีประมาณ 2516-2520 คนไทยนิยมขายนาไปซาอุกัน ช่วงนี้คือช่วงที่เครื่อง VDO เริ่มเข้ามา พวกไปทำงานพอกลับบ้านจะซื้อเครื่องเล่น VDO กลับมาก แต่เป็น Sony Betamax เทปเล็ก พอเริ่มมีเครื่อง ก็เริ่มมีศูนย์เช่า ค่าเช่ายุคแรกม้วนละ หนึ่งร้อยบาท หนักเอาการ ช่วงที่ตีโรงหนังตายคือ ประมาณ 2520 เมื่อ Panasonic 7200 เข้าตลาด เครื่องหิ้วจากนอกจะเป็น Beta แต่เครื่องซื้อในไทย VHS ศูนย์เช่าเลยต้องมีหนังทั้งสองแบบ การเช่าก็จะหาแต่หนังที่ไม่มีโอกาศได้ดู ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าจะเป็น VDO หรือ VCD เกิดได้เพราะหนังโป๊ คนมันถูกกดดันไม่มีโอกาศได้ดู พอเช่าหามาดูได้ ก็เลยหาเงินซื้อเครื่องกันยกใหญ่ ระบาดด้วยความรวดเร็ว ใครมีเครื่องกับหนังจะนัดเพื่อนฝูงมากินเหล้าที่บ้านฉายโชว์เป็นโรงหนังส่วนตัว ขนาดร้านอาหารสมัยนั้นยังมีโปรแกรมว่าวันนี้จะฉายเรื่องอะไร โรงหนังจะเหลือหรือ เหลือครับเพราะบรรยากาศการชมภาพยนตร์ในโรงมันได้อารมณ์ที่ไม่สามารถตอบแทนได้ เพราะคุณภาพของภาพในม้วนไม่มีคุณภาพพอ ย่งเจอพวกหนังซูมที่มีหัวคนผ่านไปมายิ่งเร่งให้คนเบื่อ VDO ตอนแรกผู้ผลิตจะใช้วิธีฝากพวกแอร์ สจ๊วต ที่บินต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นของอังกฤษเพราะระบบเดียวกัน แล้วมาพากษ์ไทยใส่ แล้ว Copy ผ่านเครื่อง VDO ธรรมดานั่นแหละ ส่งขายศูนย์เช่า จนมาถึงยุคของ CVD ซึ่งปกติเป็นคนล้างหนังให้ค่างประเทศอยู่แล้วได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นผู้ออกในรูปแบบ VDO คุณภาพจึงเริ่มมีขึ้น
เรื่องโรงหนังมีผู้เชี่ยวชาญทำนายไว้ว่า อีกไม่เกินสิบปีวิธีการจะเปลี่ยนไป กล่าวคือ จะไม่ต้องส่งฟิลม์เข้ามาฉายให้เปลืองค่าใช้จ่ายสารพัด เขาจะใช้วิธียิงสัญญาณผ่านดาวเทียมไปยังประเทศต่าง ๆ ทางโรงหนังแค่รับสัญญาณแล้วฉายขึ้นจอ เรียกว่าดูพร้อมกันทั้งโลก ส่วนตามบ้านหากมีเงินพอก็สามารถ On Demand ซื้อดูพร้อมไปด้วยได้ อย่าลืมว่าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้ว วันนี้ Plama จอร้อยกว่านิ้วแล้ว คิดว่าสิ้นปีนี้น่าจะได้เห็น Plama จอ 120 นิ้วในไทยแน่นอน
BOBBKK
QUOTE(guitarquiz @ Oct 13 2008, 11:08 PM) *
ขอบคุณล่วงหน้าครับน้า BOB ศูนย์อาหารที่มาบุญครองยังมีโต๊ะที่คนหูหนวกมานั่งอยู่ครับ ผมเคยเจอ 2-3 ครั้ง

น้า BOB ครับ ขอความเห็นว่าถ้าำำพวกเราให้ admin ย้ายกระัทู้พวกเราไปที่ริมระเบียงแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น

"กรุงเทพวันวาน...ยังหวานอยู่ โดย จิกโก๋อมตะ BOBBKK" น้า BOB คิดว่าเป็นไงครับดีหรือเ้ปล่า
ขอความเห็นครับ

ขอบคุณน้ามากที่พยายามส่งเสริมเต็มที่ ไว้ต้องแวะไปให้เลี้ยงข้าวสักหน่อยถูกใจจริง ๆ ผมคิดทุกวัน แต่ด้วยหลายเหตุผลที่ไม่ได้ย้ายไปเพราะ
1. ผมอยากอยู่กับเพื่อน ๆ ในนี้มากกว่า อบอุ่น และที่เริ่มเขียนเพราะบังเอิญมากกว่า เพราะผมจัดงานที่ ไอทีหลักสี่ มีเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมเยียนมากมาย เขาคงเห็นผมเล่าที่หน้าเวที ผมเล่าไปหลายเรื่อง เลยติดลมงานเลิกกลางคืนนอนไม่หลับ มีคนมาคุยเรื่องสยาม เลยเพลินไป
2. เพราะผมป่วยไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ ยกเว้นไปให้พยาบาลคนสวยจิ้มตูด ตั้งแต่วันที่ แปด จนวันนี้ยังไม่หายดี หมอบอกเป็นโรคหลอดลมอัปเสปเรื่อรัง ฉีดยาฆ่าเชื้อทุกวัน ตอนจัดงานผมพยายามกินยากดมันเอาไว้เพราะต้องใช้เสียง เลยทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ผมนอนอยู่บ้านไม่มีอะไรทำก็เลยเขียนไปเรื่อย ๆ
3. ผมไม่อยากให้เป็นเรื่องจริงจัง เพราะจุดประสงค์ของผมเพื่อสื่อสารกับเพื่อน ๆ ที่แสนดีในเวปเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่เขียนจากความทรงจำ นึกอะไรออกก็เขียน เขียนให้อ่านเล่น ๆ สนุกสนาน อ่านกันเพลิน ๆ นึกอยากจะเลิกก็ให้กระทู้ตกไป
4. ผมยังไม่แน่ใจเลยว่า จำนวนครั้งที่เข้ามาดูเกือบห้าพัน เป็นความบังเอิญกี่พัน ตั้งใจเข้ามาอ่านกี่พัน แล้วอีกกี่พันครั้งที่กดเข้ามาคิดว่าจะมาดูรายละเอียดหนัง ผมเคยแจ้งให้เพื่อน ๆ ช่วยตอบมาด้วยว่าจะอ่าน สังเกตุดูมีไม่เกินสิบท่านที่ติดตามอ่าน
5. ข้อนี้สำคัญ ผมเล่าเรื่องสถานที่ชุมนุมที่สำคัญ ๆ ไปจบแล้ว ที่เหลือเป็นการเก็บตก สิ่งต่าง ๆ ที่หลงลืมไปบ้าง เช่น VDO หรือร้านค้าดัง เช่น ศาลาโฟรโมส ร้านข้าวแกงราม่า อะไรประมาณนั้น ซึ่งคงเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากยังมีคนอยากอ่าน อยากรู้ อยากถาม ผมก็ยังอยากเล่าให้ฟัง เพราะบังเอิญที่เกิดทัน หรือจะเรียกว่าแก่ก็ได้ คงเข้าตำราโบราณเขาว่า "กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง หนังตาเหี่ยว เยี่ยวลดหัวแม่ตีน" อะไรประมาณนั้น
6. ขอบคุณ ขอบคุณ ทุกท่านที่เปิดโอกาศให้เขียนมาตั้งหลายวัน ทำให้การนอนไม่หลับมีประโยชน์ขึ้นมา การเจ็บป่วยกินยาครั้งละ 7 เม็ด ในนั้นมียานอนหลับอยู่ด้วยกว่าครึ่ง แต่ด้วยอาการป่วยไม่สามารถนอนเอนหลังลงได้ เพราะจะทำให้ไออย่างหนัก ต้องนั่งหลับ เลยมานั่งเขียนอะไรให้เพื่อนอ่าน

ลองดูครับใครมีความเห็นใด เชิญครับออกความเห็นได้อย่างเสรีครับ ผมยินดีน้อมรับ และเคารพทุก ๆ ความเห็นของเพื่อน ๆ ขอให้ความเจริญจงบังเกิดแก่ทุกท่าน
ขอบคุณมากครับ
จิ๊กโก๋อมตะ
foreverJ
ตามมาอ่าน น้าจิ๊กโก๋อมตะ หายมาม่า นะครับ rolleyes.gif
วันนี้กลับบ้าน เข้าบ้านแม่ จะลองไปหารูปหัวเรือดูครับผม
VICHIEN
ผมอายุ 44 ทันไดมารู สยาม เคยไปนั่งจิบเบียร์ที่คลอสเตอร์เบียร์การ์เดนบ่อยๆ สมัยนั้น rodstrut ,sherbet มาเล่นที่ไทย
sherbet เล่นที่ นิมิตรบุตรมั๊ง จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าไม่มีเงินซือบัตร ได้แต่ฟังเสียงหงิงๆอยู่ข้างนอก แต่michel shenger ที่
เล่นที่ อินดอร์สเตเดียม ฟลุค ตอนหลังคนเฟ้าประตูปล่อยให้เข้าตอนช่วงท้ายๆ คุณbob ลองเล่าเรื่อง concert ด้วยสิครับ
(ไม่รู้เกี่ยวกับหนังหรือเปล่า !) thumbups.gif
BOBBKK
QUOTE(VICHIEN @ Oct 14 2008, 11:22 AM) *
ผมอายุ 44 ทันไดมารู สยาม เคยไปนั่งจิบเบียร์ที่คลอสเตอร์เบียร์การ์เดนบ่อยๆ สมัยนั้น rodstrut ,sherbet มาเล่นที่ไทย
sherbet เล่นที่ นิมิตรบุตรมั๊ง จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าไม่มีเงินซือบัตร ได้แต่ฟังเสียงหงิงๆอยู่ข้างนอก แต่michel shenger ที่
เล่นที่ อินดอร์สเตเดียม ฟลุค ตอนหลังคนเฟ้าประตูปล่อยให้เข้าตอนช่วงท้ายๆ คุณbob ลองเล่าเรื่อง concert ด้วยสิครับ
(ไม่รู้เกี่ยวกับหนังหรือเปล่า !) thumbups.gif


Sherbet มาครั้งแรกสั่งตรงจากออสเตรเลียเลยครับ ตอนนั้นทางฝั่งอเมริกายังไม่มีใครรู้จักเขา ทาง Nite Spot โดยคุณอิทธิวัฒน์ กับคุณวาสนา วีระชาติพลี โปรโมททางรายการจนคนอยากดู โดยเพลง How Zat เพลงเดียวจริง ๆ การแสดงมีสองรอบครับจัดที่ โรงหนังพระโขนงเธียเตอร์ ราวปี 2520 กว่า ๆ จำปีไม่ได้ต้องลองไล่ดู หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปแสวงหาชื่อเสียงที่อเมริกา มีเพลงฮิทตามมาเช่น Magazine Madonna , You're my world ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Highway กลับไม่ดีขึ้นกลับแย่ลง วงนี้ในอเมริกาเฉย ๆ ตอนใช้ชื่อ Highway ติดในกลับมาแสดงที่ไทยอีกคราวนี้มาแปลกน่าจะเปิดการแสดง 15 รอบ 15 วัน ที่โรงหนังไดเร็คเตอร์ สุขุมวิท ผมไปดูอีกที สู้การมาครั้งแรกที่พระโขนงเธียร์เตอร์ไม่ได้ การแสดงชักไม่ธรรมชาติเน้นรูปแบบมากไป ขาดอิสระทางการแสดง ส่วนพี่แหบ Rod Stewart เป็นคอนเสริช์ที่ดีที่สุดของยุคนั้น ได้เบียร์ ความสุขที่ดื่มได้เป็นนายทุน จัดที่อินดอร์ หัวหมาก ที่ว่าดีเพราะ ทุกอย่างเขาขนมาหมด เช่นเวทีเขาถอดใส่เครื่องบินมาประกอบที่นี่เลย ทำเป็นขั้นบันไดด้านหลังดนตรี เวลาพี่แกร้องพี่แกจะต้องวิ่งขึ้นลงบันไดนี่ วง Back Up ก็ขนมาหมด และเป็น Concert ที่ค่าตั๋วแพงที่สุดยุคนั้น ค่าบัตร 1500-2000 ดุเอาการ การแสดงดีมาก สมกับมืออาชีพครับ เพลงทุกเพลงที่เขาร้องคืนนั้น เราซึมซับเอาความสุขกลับบ้าน เสียอย่างเดียวตอนจบซึ่งเขาเล่นที่ไหน เขาจะเตะลูกฟุตบอลไปให้แก่แฟนเพลง เพราะเขาบ้าบอลมาก ๆ จนถึงขนาดว่าซื้อทีมฟุตบอลเลย แต่ที่บ้านเราไม่ทราบสาเหตุเปลี่ยนฟุตบอลเป็นลูกบอลพลาสติคไปเสียชิบ
jeedsan
เฮีย BOBBKK ช่วยเล่าเรื่อง น้าแหลม เมอริสัน กะ น้ากิตติ กีต้าร์ปืน (ถ้าเขียนผิดขออภัยด้วย) ให้หน่อย

ตอนรุ่น ๆ เคยซื้อเทปของน้าแหลมมาฟังเหมือนกัน ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ชอบตอนแกโซโล่กีต้าร์อ่ะ มันส์ดี

หลัง ๆได้ข่าวว่าน้าแหลม แกไปอยู่แถวพัทยา

ขอบคุณครับ
BOBBKK
QUOTE(jeedsan @ Oct 14 2008, 01:04 PM) *
เฮีย BOBBKK ช่วยเล่าเรื่อง น้าแหลม เมอริสัน กะ น้ากิตติ กีต้าร์ปืน (ถ้าเขียนผิดขออภัยด้วย) ให้หน่อย

ตอนรุ่น ๆ เคยซื้อเทปของน้าแหลมมาฟังเหมือนกัน ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ชอบตอนแกโซโล่กีต้าร์อ่ะ มันส์ดี

หลัง ๆได้ข่าวว่าน้าแหลม แกไปอยู่แถวพัทยา

ขอบคุณครับ

เรื่องของน้าแหลมจริง ๆ ต้องพูดที่วง VIP ครับ เพราะนั้นคือสุดยอดแห่งยุคต้น 70's
เมื่ออเมริกาตั้งฐานทัพในไทย ตามเมืองใหญ่ ๆ พร้อมกับการสร้างสนามบิน เพื่อเอาระเบิดไปแจกให้เวียตนาม
ที่อุดรธานี หน้าแคมป์มีบาร์เล็ก ๆ ชื่อ Golden Inn ที่นี่ทุกคืนจะมีทหารอเมิรกันมาดื่มกันเต็มร้าน เพราะมีแม่เหล็กดึงดูดพวกเขามา นั่นคือดนตรี ประจำที่นี่ VIP คือชื่อวง ประกอบด้วย นิวัติ กรองแก้ว เล่นเบสหัวหน้าวง รุ่งศักดิ์ อิสรางกร ลีดกีตาร์ ส.รอนิง คีย์บอร์ด เอกมันต์ โพธิพันธ์ทอง กลอง มี วิน คำภีร์ ร้องนำ เข้าทั้งห้าฝากฝีไม้ลายมือในสไตล์เพลง Heavy Hard Hot ที่ทำให้ฝรั่งทึ่ง และนำเขาเอาไปเล่นในแคมป์บ่อย ๆ ทุกคนในวงฝีมือล้วน ๆ คุณเอกมันต์ตีกลองแบบสองกระเดื่องได้แสยสันต์ สมัยนั้นไม่มีใครทำ มือลีดคุณรุ่งศักดิ์เล่นได้ทุกลีลา ยามที่เล่นเพลงของ Led Zeppelin อย่าง Black Dog หรือ Stair way to heaven เขาจะเป็น Jimmy Page โซโลกีตาร์ได้อย่างเมามัน เหมือนได้ Jimmy มาเล่นเอง หลายท่านยังจำการสีกีตาร์ด้วยที่สีไวโอลิน ไม่มีวง Back up ไม่มีเครื่องช่วย ทุกอย่างฝีมือล้วน ๆ ใครอยากเห็นไปซื้อ DVD Led Zeppelin The Songs remain the same มาเปิดดู VIP เล่นได้ประมาณนั้น แล้วคุณวิน คำภีร์ก็สวมวิญญาณ Robert Plant ร้องนำได้อย่างโหยหวล พอเขาเล่นของ The Who อย่าง Summertime blue เพลงเอกจาก woodstock คุณรุ่งศักดิ์สวมวิญญาณ Peter Townshend ได้สมบทบาท ดีดกีตาร์ไปกระโดดไปบนเวที พอถึงท่อนโซโล ที่เรียกว่ากังหัน เขาทำได้อย่างไม่มีที่ติ พอพวกเขาโชว์จะเป็นของ Jimmy Hendrix เขาจะโซโลกีตาร์ เสียงกีตาร์ที่แตกพล่าเหมือนกับจะพูดกับคนดู คุณรุ่งศักดิ์จะใช้ฟันดีดกีตาร์เหมือนที่ Jimmy ทำในเพลง Hey Joe จยลงฝรั่งเป่าปากเฟี้ยวฟ้าวกันลั่นไปหมด ถึงคิวเพลงของ Deep Purple ที่มักมี Keyboard นำ ส.รอนิง จะบรรเลงนิ้วลงบนคีย์บอร์ดได้อย่างกับ John Load มาเล่นเอง ส่วนกลองและเบสไม่ต้องห่วงทั้งสองท่านควบจังหวะได้ไม่มีหลุด และนี่คือสุดยอดตำนาน Heavy เมืองไทย ฝรั่งเคยบอกว่า พวกนี้เกิดผิดที่ผิดเวลา ถ้าไปเกิดอเมริกา พวกเขาจะเป็นตำนานทางดนตรี
พอหมดยุคแคมป์ VIP ลงมาประจำที่ Savoy Nightclub สุขุมวิท อยู่หลายเดือนเพื่อรอวีซ่าไปนอก ได้ไปออกทีวีช่อง 5 และได้แสดงตามโรงหนังตอน หกโมงเช้าอยู่หลายครั้ง ถามคนที่เคยดูพวกเขาแสดงสด รับรองไม่มีใครลืมภาพประทับใจแน่นอน ไปทำพาสปอร์ทเพื่อไปนอกคนจึงรู้ว่า คุณรุ่งศักดิ์ อิสรางกร ไม่ใช้ชื่อจริง ชื่อของเขา พิชัย นวลแจ่ม ชาวอุดรธานี กลับจากเยอรมัน ช่วงนั้นคุณไกร เจ้าของรายการ Savvy songs โปรโมทและเปิดการแสดงที่หอประชุมธรรมศาสตร์ ช่วงนี้หนังสือ วิทยุ เริ่มพูดถึงฉายา สารพัดฉายา รวมทั้ง กีตาร์คิงส์ และแหลม มอริสัน การแสดงดีแต่กลิ่นอาย Heavy เริ่มจืดจาง แฟนเขาก็เริ่มเบื่อแนวเพลงหนัก ๆ หันไปฟังเพลงหวานกันหมด การแสดงจบลงไม่สู้ดีนัก แต่สำหรับเรามันคือความทรงจำ
วง VIP ออกจาก Savoy Nightclub ไป เยอร์มัน ก็ถึงคิวของอีกตำนาน Heavy Mountain มาประจำ เพื่อรอไปนอกเหมือนกัน ส่วนคุณกิตติดังอยู่แถวตาคลี ผมเห็นพี่แกครั้งแรกตอนอยู่กับ Kaliadoscope ช่วงสั้น ๆ ส่วนกีตาร์ปืนมาใช้ช่วงหลังจากแคมป์เลิกไปหมดแล้ว อีท่านที่ต้องศึกษาคือ ช.อ้น ณ บางช้าง บิดานักร้องสาวคนดังนั่นแหละ นี่อีกหนึ่งตำนาน เขาพา The Fox ออกวาดลวดลายจนประทับใจคนดูมิรู้ลืมเช่นกัน
แต่ทุกวง ต้องอยู่ร่วมกันเป็นคณะมันถึงสมบูรณ์ เหมือนพี่แหลมไปพัทยาเล่นที่ Saloon bar อยู่หลายปี มีแต่คนมาดูแกโซโลกีตาร์ แต่ไม่ได้มาดูวงร้องและบรรเลง ปัจจุบันน้าแหลมอยู่กับเมีย(เด็ก)ที่สมุทรสาครครับ
Redefine
ยังตามอ่านครับลุง แต่ไม่ค่อยได้โพสต์เพราะเกิดไม่ทันสักอย่าง เลยทำตัวเหมือนเด็กนั่งฟังผู้ใหญ่เล่าประวัติศาตร์อย่างเดียว อิอิ ปีที่แล้วเห็นลุงแหลมออกทีวีเล่นเพลง Black Betty สุดมันส์
guitarquiz
นี่เลยครับ นามบัตรน้าแหลม ด้านหน้าด้านหลัง



คนขวา Edward Vanzo นักร้อง Kaliedoscope แล้วก็น้า กิตติ สมัยละอ่อน
อันเล็กๆเป็นนามบัตรครับ



============================================
น้าครับหนังแบบ sex ทะลึ่งสมัยก่อนมีอีกเรื่องนึง "แมลงวันสเปน" เปอร์ซี่เครื่องหลุด หรือ น๊อตหลุดครับ
ผมจำได้ว่า "เครื่องหลุด" ครับ
BOBBKK
QUOTE(guitarquiz @ Oct 14 2008, 03:32 PM) *
นี่เลยครับ นามบัตรน้าแหลม ด้านหน้าด้านหลัง



คนขวา Edward Vanzo นักร้อง Kaliedoscope แล้วก็น้า กิตติ สมัยละอ่อน
อันเล็กๆเป็นนามบัตรครับ



============================================
น้าครับหนังแบบ sex ทะลึ่งสมัยก่อนมีอีกเรื่องนึง "แมลงวันสเปน" เปอร์ซี่เครื่องหลุด หรือ น๊อตหลุดครับ
ผมจำได้ว่า "เครื่องหลุด" ครับ

โห อิจฉาตาร้อนครับ Edward Vazo ยังคงร้องอยู่ แต่เสียงชักไม่ไปด้วยแล้ว มีรูปวินคำภีร์บ้างไหม น่าเสียดาย ยอดรักตายหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ ออกข่าวครึกโครม วิน ตำภีร์ เสียชีวิตเมื่อพฤษาคม เผาไปแล้วอย่างเงียบ ๆ ที่วัดชลประทาน ขอให้ไปดี มีสุข จงรับรู้ว่า ท่านคือ หนึ่งในตำนาน
เปอร์ซี่เครื่องหลุดครับ ลันโด บราซังซา ไปส่งของแล้วโดน โคมไฟหล่นใส่ พวงขาด แต่หมอเก่งกว่า ต่อให้ใหม่ดีกว่าเก่า เลยกลายเป็นขวัญใจ สาวแก่แม่หม้าย ทำไมไม่มีแผ่นนะ
BOBBKK
เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
ขอน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน

สายลมแห่งเดือนตุลาพัดมาอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง หลายท่านหวนรำลึกถึงเหล่าวีรชนคนกล้าผู้ มีสองมืออันว่างเปล่าเข้ายื้อแย้งประชาธิปไตยมาจากปลายกระบอกปืน โดยเอาเลือดของพวกเขาหลั่งลดถนนราชดำเนิน วันเวลาจึงไหลผ่านไป ความทรงจำก็เริ่มเลือนไปตามกาลเวลา หลายชีวิตได้เข้าร่วมขบวนการ หลายชีวิตคอยให้กำลังใจ ส่วนพวกเขาที่พลีชีพนอนตายกลางถนนอย่างไร้ค่า แต่ต่อมาก้องนาม ผู้คนไถ่ถาม อยากรู้ อยากเห็น แต่ยังเหลือสักกี่คนที่จดจำพวกเขาได้ วีรชน.....คนตุลา

ประมาณเดือนมิถุนายน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พาดาราสาวขึ้น ฮ.ราชการไปไล่ยิงสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร
เดือนกรกฎาคม น.ศ. รามคำแหงได้ออกหนังสือภายในมหาวิทยาลับชื่อ มหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีคำตอบ และในหน้าหกมีข้อความว่า สภาสัตย์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ฯ มีมติต่ออายุสัตว์ป่าอีกหนึ่งปี เนื่องจากสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกไม่น่าไว้วางใจ เพื่อประชดรัฐบาลที่ต่ออายุราชการให้จอมพลถนอมและจอมพลประภาส ด.ร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ สั่งลบชื่อน.ศ.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 คน ออกจากเป็นน.ศ. เกิดการประท้วงจนในที่สุดสภามหาวิทยาลัยมีมติให้รับน.ศ. กลับเข้าเรียนตามปกติ แต่เหล่าน.ศ.ที่เข้าร่วมประท้วงได้พบปะพูดคุยกันและมีมติให้ทำการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
วันที่ 6 ตุลาคม คณะเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จึงเริ่มแจกเอกสารที่อนุสาวรีย์ทหารอาสา ไปถึงสยาม และเดินไปประตูน้ำ ที่นี่โดนตำรวจสันติบาลจับกุม 11 คนมีคุณธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้นำ
วันที่ 7 ตุลาคม ตำรวจเข้าขับกุม นายก้องเกีบรติ คงคา
วันที่ 8 ตุลาคม นายไขแสง สุกใส เข้ามอบตัวตามหมายจับ
รวมเป็นผู้ถูกจับกุม 13 คน หรือ 13 กบฏรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ม.ศ.ว.ประสานมิตร ติดโปสเตอร์ให้ปล่อยตัว ไม่เช่นนั้นจะเดินขบวน ตกเย็น องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชุมต่อต้านโดย งดสอบไล่
วันที่ 9 ตุลาคม โปสเตอร์ต่อต้านรัฐบาลติดเต็มธรรมศาสตร์ มีการนำโซ่ไปคล้องประตูขึ้นตึกทุกหลัง มีการชักธงดำขึ้นยอดโดม มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่บริเวณลานโพธิ
วันที่ 10 ตุลาคม เริ่มมีการชุนนุมในหลายจังหวัด ที่ธรรมศาสตร์ มีนักศึกษาเดินทางเข้ามาไม่ขาดระยะ ม.มหิดล, ม. เกษตรศาสตร์, ม.รามคำแหง ประกาศหยุดสอบ ม.ศ.ว. ประสานมิตรสั่งปิดมหาวิทยลัย ทุกมหาวิทยาลัยเดินเท้ามาที่ธรรมศาสตร์ รัฐบาลประชุม ค.ร.ม.ฉุกเฉินที่ส่วนรื่นแต่งตั้งจอมพลประถาสเป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบ ตกดึก ช่างกลไทยสุริยะ (เจ้าพ่ออนุสาวรีย์) มาถึงธรรมศาสตร์ พร้อมกับจดหมายเปิดผนึก จะเอาอะไรขอให้บอก ถ้ามีการใช้กำลัง พวกเรายินดีผลิตเครื่องผ่อนแรงส่งให้พวกพี่ ๆ
วันที่ 11 ตุลาคม นักเรียนอาชีวะทุกสถาบันเดินทางเข้าธรรมศาสตร์
วันที่ 12 ตุลาคม นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เลขาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ประกาศยื่นคำขาดให้รัฐบาลปล่อยตัวทั้ง 13 คนภายใน 24 ช.ม. โดยไม่มีเงื่อนไข มิเช่นนั้นเราจะเดินขบวน มีคนไปประกันผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมรับเพราะไม่รู้จัก
วันที่ 13 ตุลาคม นักเรียนระดับประถมและมัธยมเริ่มทยอยเข้าแต่เช้า มีการเรี่ยไรธงชาติเพื่อใช้เดินขบวน รัฐบาลแต่งตั้ง พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้บัญชาการป้องกันและปราบปรามจลาจล มีการเรียกกองกำลังจากราบ 11 มาสวนรื่น เที่ยงเศษ คลื่นของนักศึกษาทั้งหมดทยอยออกจากธรรมศาสตร์ทั้ง 3 ประตู มุ่งหน้าราชดำเนิน โดยมีหน่วยฟันเฟือง หน่วยวิษณุ หน่วยกนก 50 ทำหน้าที่คุ้มกัน ส่วนด้านหน้าสุดเป็นนักเรียนอาชีวะประกอบด้วย ช่างกลไทยสุริยะ ช่างกลสยาม ช่างกลบางซ่อน เดินนำหน้าขบวน ส่วนขบวนเริ่มด้วยกองทัพจักรีเป็นเด็กนักเรียนหญิงตัวเล็ก ๆ ถือธงชาติโบกไปมา โดยมีนายเสกสรร ค์ประเสริฐกุล เป็นผู้ควบคุม
ขบวนมาหยุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อรอฟังข่าว หากห้าโมงเย็นไม่มีข่าวจะเคลื่อนขบวนไปต่อ ตอนเย็นนายสมบัติหลังจากเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว นายสมบัติกับกรรมการศูนย์ไปสวนรื่นเพื่อเซ็นสัญญากับรัฐบาล และนายสมบัติก็แยกไปรับตัว 13 ผู้ต้องหา มายืนยันกับฝูงชน แต่ทางด้านนายเสกสรรไม่ทราบทนการรบเร้าไม่ไหวจึงสั่งเดินขบวนต่อไปยังพระรูปทรงม้า ตอนดีกนายสมบัติได้ขึ้นไปบนหลังคารถแจ้งข่าวให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลจะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ตุลาคม 2517 คืออีกปี ฝูงชนตะโกนไม่เอา ไม่เอา นายสมบัติจะพูดต่อแต่เป็นลมไปก่อนเพราะอ่อนเพลีย
วันที่ 14 ตุลาคม เนื่องจากขาดการติดต่อทางนายเสกสรรจึงไม่ทราบสถานการณ์ และไม่สามารถทานมติของฝูงชนที่กำลังร้อนได้ จึงตัดสินใจเคลื่อนขบวนไปพระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน ตอนตีสามนายเสกสรรค์พบนายธีรยุทธ จึงรู้ว่าเกิดการเข้าใจผิด ตี่สี่ครึ่ง พ.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาอ่านให้ฝูงชนทราบ แล้วประกาศให้ทุกคนหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดา ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลาหกโมงเช้าฝูงชนจึงสลายตัว
ฝูงชนเดินไปตามถนนพระราม 5 มุ่งสี่แยกดุสิต แต่โดนสกัดไม่ให้ผ่าน ฝูงชนด้านหลังไม่ทราบก็ดันไปข้างหน้า ทำให้ปประทะกับตำรวจ มีการขว้างปาไม้และขวดน้ำไปยังตำรวจ เมื่อเหตุการณ์ทำท่าจะรุนแรง ตำรวจกองปราบได้รับคำสั่งให้ยิงแก๊สน้ำตา ฝูงชนตกใจ หลายคนตกลงไปในคูน้ำ หลายคนปีนข้ามรั้วสวนจิตรลดา พวกด้านหลังก็กลับไปรวมตัวที่พระรูปทรงม้า มีการออกข่าวโดนตำรวจหักหลัง วิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ออกข่าว ประชาชนบุกรุกเขตพระราชฐาน ทำร้ายตำรวจ ต่อไปจะเรียกว่า พวกก่อการจลาจล
ตอนเย็นที่หน้ากรมประชาสัมพันธ์ ทหารกับประชาชนประจันหน้ากัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมากยืนขว้างกลาง เขาแจกส้มให้เด็กช่างกล ปากบอกให้ใจเย็น ๆ แล้วหยิบธงชาติเดินไปหาทหารอย่าทำร้าย อย่ายิง เราคนไทยด้วยกัน เราไม่มีอาวุธ ปากพูดเท้าเดิน ทหารสั่งให้หยุดไม่งั้นจะยิง เขากลับล้วงหยิบส้มขึ้นมาถือในมือ แล้วโยนส้มออกไปพร้อมกับเสียงปืน เอ็ม 16 ดังขึ้น เขาร่วงลงเสียชีวิตทันที ร่างของเขาถูกคลุมด้วยธงชาติ ที่คอมีพวงมาลัย ประชาชนนำร่างเขาแห่ข้ามไปฝั่งธนเพื่อบอกกับทุกคนว่าถูกทหารยิงตาย ร่างของเขาถูกนำขึ้นไปไว้บนพานรัฐธรรมนูญที่อนุสาวรีย์ เขาเป็นใครไม่มีใครทราบ เมื่อหนังสือพิมพ์ลงรูป มีคนเอากระเป๋าสตางค์ไปส่งคืนที่ไทยรัฐ จึงรู้ว่า วีรชนนิรนาม คือ นายจิระ บุญมาก นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีการประทะกันตลอดถนนราชดำเนิน มีประชาชนตายร่วมร้อย พอ 18.00 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า รัฐบาลประกาศลาออก เวลา 19.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรายการทางโทรทัศน์ พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวไทยว่า วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันมหาวิปโยค และทรงแต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกคนใหม่
วันที่ 15 ตุลาคม มีการเผาทำลายสถานที่ราชการ ป้อมตำรวจ มีการเผากรมประชาสัมพันธ์ และพยายามเผากองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า จนบ่ายจึงถูกเผาราบ 18.40 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า จอมพลถนอม จอมพลประพาส พ.อ. ณรงค์ พร้อมคณะได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ผู้คนโห่ร้อง ทยอยกันกลับบ้าน คำประกาศนี้ยุติเหตุการณ์ลงอย่างฉับพลัน ความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
***********************
jeedsan
ขอยืนยันว่าเฮีย BOBBKK เค้ารู้ทุกเรื่องจริง ๆ

หนัง เพลง ดนตรี นักร้อง แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง การเมือง

เรื่องในอดีตรู้ไปหมด

แล้วมีอะไรบ้าง ที่เฮียไม่รู้บ้างมั๊ยเนี๊ย เอิ๊ก ๆ ๆ

ข้าน้อยขอคาระ

yes.gif yes.gif yes.gif
VICHIEN
ช่วงนี้พักรบหรือครับ พี่bobkk thumbups.gif
fog
QUOTE(BOBBKK @ Oct 14 2008, 06:23 PM) *
เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
ขอน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน

สายลมแห่งเดือนตุลาพัดมาอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง หลายท่านหวนรำลึกถึงเหล่าวีรชนคนกล้าผู้ มีสองมืออันว่างเปล่าเข้ายื้อแย้งประชาธิปไตยมาจากปลายกระบอกปืน โดยเอาเลือดของพวกเขาหลั่งลดถนนราชดำเนิน วันเวลาจึงไหลผ่านไป ความทรงจำก็เริ่มเลือนไปตามกาลเวลา หลายชีวิตได้เข้าร่วมขบวนการ หลายชีวิตคอยให้กำลังใจ ส่วนพวกเขาที่พลีชีพนอนตายกลางถนนอย่างไร้ค่า แต่ต่อมาก้องนาม ผู้คนไถ่ถาม อยากรู้ อยากเห็น แต่ยังเหลือสักกี่คนที่จดจำพวกเขาได้ วีรชน.....คนตุลา

ประมาณเดือนมิถุนายน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พาดาราสาวขึ้น ฮ.ราชการไปไล่ยิงสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร
เดือนกรกฎาคม น.ศ. รามคำแหงได้ออกหนังสือภายในมหาวิทยาลับชื่อ มหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีคำตอบ และในหน้าหกมีข้อความว่า สภาสัตย์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ฯ มีมติต่ออายุสัตว์ป่าอีกหนึ่งปี เนื่องจากสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกไม่น่าไว้วางใจ เพื่อประชดรัฐบาลที่ต่ออายุราชการให้จอมพลถนอมและจอมพลประภาส ด.ร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ สั่งลบชื่อน.ศ.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 คน ออกจากเป็นน.ศ. เกิดการประท้วงจนในที่สุดสภามหาวิทยาลัยมีมติให้รับน.ศ. กลับเข้าเรียนตามปกติ แต่เหล่าน.ศ.ที่เข้าร่วมประท้วงได้พบปะพูดคุยกันและมีมติให้ทำการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
วันที่ 6 ตุลาคม คณะเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จึงเริ่มแจกเอกสารที่อนุสาวรีย์ทหารอาสา ไปถึงสยาม และเดินไปประตูน้ำ ที่นี่โดนตำรวจสันติบาลจับกุม 11 คนมีคุณธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้นำ
วันที่ 7 ตุลาคม ตำรวจเข้าขับกุม นายก้องเกีบรติ คงคา
วันที่ 8 ตุลาคม นายไขแสง สุกใส เข้ามอบตัวตามหมายจับ
รวมเป็นผู้ถูกจับกุม 13 คน หรือ 13 กบฏรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ม.ศ.ว.ประสานมิตร ติดโปสเตอร์ให้ปล่อยตัว ไม่เช่นนั้นจะเดินขบวน ตกเย็น องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชุมต่อต้านโดย งดสอบไล่
วันที่ 9 ตุลาคม โปสเตอร์ต่อต้านรัฐบาลติดเต็มธรรมศาสตร์ มีการนำโซ่ไปคล้องประตูขึ้นตึกทุกหลัง มีการชักธงดำขึ้นยอดโดม มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่บริเวณลานโพธิ
วันที่ 10 ตุลาคม เริ่มมีการชุนนุมในหลายจังหวัด ที่ธรรมศาสตร์ มีนักศึกษาเดินทางเข้ามาไม่ขาดระยะ ม.มหิดล, ม. เกษตรศาสตร์, ม.รามคำแหง ประกาศหยุดสอบ ม.ศ.ว. ประสานมิตรสั่งปิดมหาวิทยลัย ทุกมหาวิทยาลัยเดินเท้ามาที่ธรรมศาสตร์ รัฐบาลประชุม ค.ร.ม.ฉุกเฉินที่ส่วนรื่นแต่งตั้งจอมพลประถาสเป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบ ตกดึก ช่างกลไทยสุริยะ (เจ้าพ่ออนุสาวรีย์) มาถึงธรรมศาสตร์ พร้อมกับจดหมายเปิดผนึก จะเอาอะไรขอให้บอก ถ้ามีการใช้กำลัง พวกเรายินดีผลิตเครื่องผ่อนแรงส่งให้พวกพี่ ๆ
วันที่ 11 ตุลาคม นักเรียนอาชีวะทุกสถาบันเดินทางเข้าธรรมศาสตร์
วันที่ 12 ตุลาคม นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เลขาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ประกาศยื่นคำขาดให้รัฐบาลปล่อยตัวทั้ง 13 คนภายใน 24 ช.ม. โดยไม่มีเงื่อนไข มิเช่นนั้นเราจะเดินขบวน มีคนไปประกันผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมรับเพราะไม่รู้จัก
วันที่ 13 ตุลาคม นักเรียนระดับประถมและมัธยมเริ่มทยอยเข้าแต่เช้า มีการเรี่ยไรธงชาติเพื่อใช้เดินขบวน รัฐบาลแต่งตั้ง พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้บัญชาการป้องกันและปราบปรามจลาจล มีการเรียกกองกำลังจากราบ 11 มาสวนรื่น เที่ยงเศษ คลื่นของนักศึกษาทั้งหมดทยอยออกจากธรรมศาสตร์ทั้ง 3 ประตู มุ่งหน้าราชดำเนิน โดยมีหน่วยฟันเฟือง หน่วยวิษณุ หน่วยกนก 50 ทำหน้าที่คุ้มกัน ส่วนด้านหน้าสุดเป็นนักเรียนอาชีวะประกอบด้วย ช่างกลไทยสุริยะ ช่างกลสยาม ช่างกลบางซ่อน เดินนำหน้าขบวน ส่วนขบวนเริ่มด้วยกองทัพจักรีเป็นเด็กนักเรียนหญิงตัวเล็ก ๆ ถือธงชาติโบกไปมา โดยมีนายเสกสรร ค์ประเสริฐกุล เป็นผู้ควบคุม
ขบวนมาหยุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อรอฟังข่าว หากห้าโมงเย็นไม่มีข่าวจะเคลื่อนขบวนไปต่อ ตอนเย็นนายสมบัติหลังจากเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว นายสมบัติกับกรรมการศูนย์ไปสวนรื่นเพื่อเซ็นสัญญากับรัฐบาล และนายสมบัติก็แยกไปรับตัว 13 ผู้ต้องหา มายืนยันกับฝูงชน แต่ทางด้านนายเสกสรรไม่ทราบทนการรบเร้าไม่ไหวจึงสั่งเดินขบวนต่อไปยังพระรูปทรงม้า ตอนดีกนายสมบัติได้ขึ้นไปบนหลังคารถแจ้งข่าวให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลจะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ตุลาคม 2517 คืออีกปี ฝูงชนตะโกนไม่เอา ไม่เอา นายสมบัติจะพูดต่อแต่เป็นลมไปก่อนเพราะอ่อนเพลีย
วันที่ 14 ตุลาคม เนื่องจากขาดการติดต่อทางนายเสกสรรจึงไม่ทราบสถานการณ์ และไม่สามารถทานมติของฝูงชนที่กำลังร้อนได้ จึงตัดสินใจเคลื่อนขบวนไปพระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน ตอนตีสามนายเสกสรรค์พบนายธีรยุทธ จึงรู้ว่าเกิดการเข้าใจผิด ตี่สี่ครึ่ง พ.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาอ่านให้ฝูงชนทราบ แล้วประกาศให้ทุกคนหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดา ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลาหกโมงเช้าฝูงชนจึงสลายตัว
ฝูงชนเดินไปตามถนนพระราม 5 มุ่งสี่แยกดุสิต แต่โดนสกัดไม่ให้ผ่าน ฝูงชนด้านหลังไม่ทราบก็ดันไปข้างหน้า ทำให้ปประทะกับตำรวจ มีการขว้างปาไม้และขวดน้ำไปยังตำรวจ เมื่อเหตุการณ์ทำท่าจะรุนแรง ตำรวจกองปราบได้รับคำสั่งให้ยิงแก๊สน้ำตา ฝูงชนตกใจ หลายคนตกลงไปในคูน้ำ หลายคนปีนข้ามรั้วสวนจิตรลดา พวกด้านหลังก็กลับไปรวมตัวที่พระรูปทรงม้า มีการออกข่าวโดนตำรวจหักหลัง วิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ออกข่าว ประชาชนบุกรุกเขตพระราชฐาน ทำร้ายตำรวจ ต่อไปจะเรียกว่า พวกก่อการจลาจล
ตอนเย็นที่หน้ากรมประชาสัมพันธ์ ทหารกับประชาชนประจันหน้ากัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมากยืนขว้างกลาง เขาแจกส้มให้เด็กช่างกล ปากบอกให้ใจเย็น ๆ แล้วหยิบธงชาติเดินไปหาทหารอย่าทำร้าย อย่ายิง เราคนไทยด้วยกัน เราไม่มีอาวุธ ปากพูดเท้าเดิน ทหารสั่งให้หยุดไม่งั้นจะยิง เขากลับล้วงหยิบส้มขึ้นมาถือในมือ แล้วโยนส้มออกไปพร้อมกับเสียงปืน เอ็ม 16 ดังขึ้น เขาร่วงลงเสียชีวิตทันที ร่างของเขาถูกคลุมด้วยธงชาติ ที่คอมีพวงมาลัย ประชาชนนำร่างเขาแห่ข้ามไปฝั่งธนเพื่อบอกกับทุกคนว่าถูกทหารยิงตาย ร่างของเขาถูกนำขึ้นไปไว้บนพานรัฐธรรมนูญที่อนุสาวรีย์ เขาเป็นใครไม่มีใครทราบ เมื่อหนังสือพิมพ์ลงรูป มีคนเอากระเป๋าสตางค์ไปส่งคืนที่ไทยรัฐ จึงรู้ว่า วีรชนนิรนาม คือ นายจิระ บุญมาก นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีการประทะกันตลอดถนนราชดำเนิน มีประชาชนตายร่วมร้อย พอ 18.00 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า รัฐบาลประกาศลาออก เวลา 19.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรายการทางโทรทัศน์ พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวไทยว่า วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันมหาวิปโยค และทรงแต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกคนใหม่
วันที่ 15 ตุลาคม มีการเผาทำลายสถานที่ราชการ ป้อมตำรวจ มีการเผากรมประชาสัมพันธ์ และพยายามเผากองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า จนบ่ายจึงถูกเผาราบ 18.40 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า จอมพลถนอม จอมพลประพาส พ.อ. ณรงค์ พร้อมคณะได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ผู้คนโห่ร้อง ทยอยกันกลับบ้าน คำประกาศนี้ยุติเหตุการณ์ลงอย่างฉับพลัน ความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
***********************

เอ้า เข้ามาผิดยุค ขอโทษนะปู่
fog
QUOTE(BOBBKK @ Oct 14 2008, 06:23 PM) *
เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
ขอน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน

สายลมแห่งเดือนตุลาพัดมาอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง หลายท่านหวนรำลึกถึงเหล่าวีรชนคนกล้าผู้ มีสองมืออันว่างเปล่าเข้ายื้อแย้งประชาธิปไตยมาจากปลายกระบอกปืน โดยเอาเลือดของพวกเขาหลั่งลดถนนราชดำเนิน วันเวลาจึงไหลผ่านไป ความทรงจำก็เริ่มเลือนไปตามกาลเวลา หลายชีวิตได้เข้าร่วมขบวนการ หลายชีวิตคอยให้กำลังใจ ส่วนพวกเขาที่พลีชีพนอนตายกลางถนนอย่างไร้ค่า แต่ต่อมาก้องนาม ผู้คนไถ่ถาม อยากรู้ อยากเห็น แต่ยังเหลือสักกี่คนที่จดจำพวกเขาได้ วีรชน.....คนตุลา

ประมาณเดือนมิถุนายน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พาดาราสาวขึ้น ฮ.ราชการไปไล่ยิงสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร
เดือนกรกฎาคม น.ศ. รามคำแหงได้ออกหนังสือภายในมหาวิทยาลับชื่อ มหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีคำตอบ และในหน้าหกมีข้อความว่า สภาสัตย์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ฯ มีมติต่ออายุสัตว์ป่าอีกหนึ่งปี เนื่องจากสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกไม่น่าไว้วางใจ เพื่อประชดรัฐบาลที่ต่ออายุราชการให้จอมพลถนอมและจอมพลประภาส ด.ร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ สั่งลบชื่อน.ศ.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 คน ออกจากเป็นน.ศ. เกิดการประท้วงจนในที่สุดสภามหาวิทยาลัยมีมติให้รับน.ศ. กลับเข้าเรียนตามปกติ แต่เหล่าน.ศ.ที่เข้าร่วมประท้วงได้พบปะพูดคุยกันและมีมติให้ทำการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
วันที่ 6 ตุลาคม คณะเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จึงเริ่มแจกเอกสารที่อนุสาวรีย์ทหารอาสา ไปถึงสยาม และเดินไปประตูน้ำ ที่นี่โดนตำรวจสันติบาลจับกุม 11 คนมีคุณธีรยุทธ บุญมี เป็นผู้นำ
วันที่ 7 ตุลาคม ตำรวจเข้าขับกุม นายก้องเกีบรติ คงคา
วันที่ 8 ตุลาคม นายไขแสง สุกใส เข้ามอบตัวตามหมายจับ
รวมเป็นผู้ถูกจับกุม 13 คน หรือ 13 กบฏรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ ม.ศ.ว.ประสานมิตร ติดโปสเตอร์ให้ปล่อยตัว ไม่เช่นนั้นจะเดินขบวน ตกเย็น องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชุมต่อต้านโดย งดสอบไล่
วันที่ 9 ตุลาคม โปสเตอร์ต่อต้านรัฐบาลติดเต็มธรรมศาสตร์ มีการนำโซ่ไปคล้องประตูขึ้นตึกทุกหลัง มีการชักธงดำขึ้นยอดโดม มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่บริเวณลานโพธิ
วันที่ 10 ตุลาคม เริ่มมีการชุนนุมในหลายจังหวัด ที่ธรรมศาสตร์ มีนักศึกษาเดินทางเข้ามาไม่ขาดระยะ ม.มหิดล, ม. เกษตรศาสตร์, ม.รามคำแหง ประกาศหยุดสอบ ม.ศ.ว. ประสานมิตรสั่งปิดมหาวิทยลัย ทุกมหาวิทยาลัยเดินเท้ามาที่ธรรมศาสตร์ รัฐบาลประชุม ค.ร.ม.ฉุกเฉินที่ส่วนรื่นแต่งตั้งจอมพลประถาสเป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบ ตกดึก ช่างกลไทยสุริยะ (เจ้าพ่ออนุสาวรีย์) มาถึงธรรมศาสตร์ พร้อมกับจดหมายเปิดผนึก จะเอาอะไรขอให้บอก ถ้ามีการใช้กำลัง พวกเรายินดีผลิตเครื่องผ่อนแรงส่งให้พวกพี่ ๆ
วันที่ 11 ตุลาคม นักเรียนอาชีวะทุกสถาบันเดินทางเข้าธรรมศาสตร์
วันที่ 12 ตุลาคม นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เลขาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ประกาศยื่นคำขาดให้รัฐบาลปล่อยตัวทั้ง 13 คนภายใน 24 ช.ม. โดยไม่มีเงื่อนไข มิเช่นนั้นเราจะเดินขบวน มีคนไปประกันผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมรับเพราะไม่รู้จัก
วันที่ 13 ตุลาคม นักเรียนระดับประถมและมัธยมเริ่มทยอยเข้าแต่เช้า มีการเรี่ยไรธงชาติเพื่อใช้เดินขบวน รัฐบาลแต่งตั้ง พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เป็นผู้บัญชาการป้องกันและปราบปรามจลาจล มีการเรียกกองกำลังจากราบ 11 มาสวนรื่น เที่ยงเศษ คลื่นของนักศึกษาทั้งหมดทยอยออกจากธรรมศาสตร์ทั้ง 3 ประตู มุ่งหน้าราชดำเนิน โดยมีหน่วยฟันเฟือง หน่วยวิษณุ หน่วยกนก 50 ทำหน้าที่คุ้มกัน ส่วนด้านหน้าสุดเป็นนักเรียนอาชีวะประกอบด้วย ช่างกลไทยสุริยะ ช่างกลสยาม ช่างกลบางซ่อน เดินนำหน้าขบวน ส่วนขบวนเริ่มด้วยกองทัพจักรีเป็นเด็กนักเรียนหญิงตัวเล็ก ๆ ถือธงชาติโบกไปมา โดยมีนายเสกสรร ค์ประเสริฐกุล เป็นผู้ควบคุม
ขบวนมาหยุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อรอฟังข่าว หากห้าโมงเย็นไม่มีข่าวจะเคลื่อนขบวนไปต่อ ตอนเย็นนายสมบัติหลังจากเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว นายสมบัติกับกรรมการศูนย์ไปสวนรื่นเพื่อเซ็นสัญญากับรัฐบาล และนายสมบัติก็แยกไปรับตัว 13 ผู้ต้องหา มายืนยันกับฝูงชน แต่ทางด้านนายเสกสรรไม่ทราบทนการรบเร้าไม่ไหวจึงสั่งเดินขบวนต่อไปยังพระรูปทรงม้า ตอนดีกนายสมบัติได้ขึ้นไปบนหลังคารถแจ้งข่าวให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลจะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ตุลาคม 2517 คืออีกปี ฝูงชนตะโกนไม่เอา ไม่เอา นายสมบัติจะพูดต่อแต่เป็นลมไปก่อนเพราะอ่อนเพลีย
วันที่ 14 ตุลาคม เนื่องจากขาดการติดต่อทางนายเสกสรรจึงไม่ทราบสถานการณ์ และไม่สามารถทานมติของฝูงชนที่กำลังร้อนได้ จึงตัดสินใจเคลื่อนขบวนไปพระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน ตอนตีสามนายเสกสรรค์พบนายธีรยุทธ จึงรู้ว่าเกิดการเข้าใจผิด ตี่สี่ครึ่ง พ.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาอ่านให้ฝูงชนทราบ แล้วประกาศให้ทุกคนหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดา ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลาหกโมงเช้าฝูงชนจึงสลายตัว
ฝูงชนเดินไปตามถนนพระราม 5 มุ่งสี่แยกดุสิต แต่โดนสกัดไม่ให้ผ่าน ฝูงชนด้านหลังไม่ทราบก็ดันไปข้างหน้า ทำให้ปประทะกับตำรวจ มีการขว้างปาไม้และขวดน้ำไปยังตำรวจ เมื่อเหตุการณ์ทำท่าจะรุนแรง ตำรวจกองปราบได้รับคำสั่งให้ยิงแก๊สน้ำตา ฝูงชนตกใจ หลายคนตกลงไปในคูน้ำ หลายคนปีนข้ามรั้วสวนจิตรลดา พวกด้านหลังก็กลับไปรวมตัวที่พระรูปทรงม้า มีการออกข่าวโดนตำรวจหักหลัง วิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ออกข่าว ประชาชนบุกรุกเขตพระราชฐาน ทำร้ายตำรวจ ต่อไปจะเรียกว่า พวกก่อการจลาจล
ตอนเย็นที่หน้ากรมประชาสัมพันธ์ ทหารกับประชาชนประจันหน้ากัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมากยืนขว้างกลาง เขาแจกส้มให้เด็กช่างกล ปากบอกให้ใจเย็น ๆ แล้วหยิบธงชาติเดินไปหาทหารอย่าทำร้าย อย่ายิง เราคนไทยด้วยกัน เราไม่มีอาวุธ ปากพูดเท้าเดิน ทหารสั่งให้หยุดไม่งั้นจะยิง เขากลับล้วงหยิบส้มขึ้นมาถือในมือ แล้วโยนส้มออกไปพร้อมกับเสียงปืน เอ็ม 16 ดังขึ้น เขาร่วงลงเสียชีวิตทันที ร่างของเขาถูกคลุมด้วยธงชาติ ที่คอมีพวงมาลัย ประชาชนนำร่างเขาแห่ข้ามไปฝั่งธนเพื่อบอกกับทุกคนว่าถูกทหารยิงตาย ร่างของเขาถูกนำขึ้นไปไว้บนพานรัฐธรรมนูญที่อนุสาวรีย์ เขาเป็นใครไม่มีใครทราบ เมื่อหนังสือพิมพ์ลงรูป มีคนเอากระเป๋าสตางค์ไปส่งคืนที่ไทยรัฐ จึงรู้ว่า วีรชนนิรนาม คือ นายจิระ บุญมาก นักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีการประทะกันตลอดถนนราชดำเนิน มีประชาชนตายร่วมร้อย พอ 18.00 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า รัฐบาลประกาศลาออก เวลา 19.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรายการทางโทรทัศน์ พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวไทยว่า วันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันมหาวิปโยค และทรงแต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกคนใหม่
วันที่ 15 ตุลาคม มีการเผาทำลายสถานที่ราชการ ป้อมตำรวจ มีการเผากรมประชาสัมพันธ์ และพยายามเผากองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า จนบ่ายจึงถูกเผาราบ 18.40 น. วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ประกาศว่า จอมพลถนอม จอมพลประพาส พ.อ. ณรงค์ พร้อมคณะได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ผู้คนโห่ร้อง ทยอยกันกลับบ้าน คำประกาศนี้ยุติเหตุการณ์ลงอย่างฉับพลัน ความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
***********************

เอ้า เข้ามาผิดยุค ขอโทษนะปู่
BOBBKK
QUOTE(VICHIEN @ Oct 17 2008, 08:08 AM) *
ช่วงนี้พักรบหรือครับ พี่bobkk thumbups.gif

ยังไม่หายไข้ดี ไปนั่งโหลดเพลงมาฟังกันเล่น ๆ
ยังมีคนอ่าน ผมยังมีแรงเขียน
หายไปหลายวัน ลองเช็คชื่อดูหน่อยเป็นไร
เริ่มเรื่องอะไรต่อดี
foreverJ
มา่ครับน้า rolleyes.gif
someday
thumbsup.gif เป็นกระทู้ที่มีประโยชน์จริง ๆ เลยครับน้าบ๊อบ
อ่านแล้วก็มีบางช่วงที่ร่วมสมัยนะครับ (วันวานยังหวานอยู่)
Redefine
หายป่วยไวๆครับลุงบ๊อบ rolleyes.gif
VICHIEN
ขออนุญาติไปกินน้ำปัสสาวะครับ thumbups.gif
BOBBKK
วันนี้ลุกไหว จะไปงานสัปดาห์หนังสือครับ ผมไปทุกครั้ง ไม่ทราบว่าพี่น้องไปมาหรือยัง อย่าพลาดนะครับงานดี ๆ อย่างน้ สะดวก สะบายนั่งรถใต้ดินไป เอารถจดฟอร์จูน ผมจะหาซื้อที่ลด 50% หากหนังสือใหม่จะซื้อน้อยเพราะลด 20% หนังสือของ AR ผมซื้อทุกครั้งเกือบหมดแล้ว เคยซื้อสมัยก่อนตามร้านเล่มละ สามถึงสี่ร้อย งานนี้ขายไม่เกิน หกสิบบาท ของเก่ายังอ่านไม่หมด
อย่าลืมหาหนังสือของ เสนีย์ เสาวพงษ์ ศรีบูรพา หรือเรื่องแปลของรัสเซีย มีหลายเรื่องน่าสน กลับมาจะมาเล่าให้ฟัง
เจอกันที่ศูนย์ประชุมนะครับ

หนังสือมีคุณค่า หากไม่เป็นกระดาษที่เปื้อนหมึก
Redefine
ของเก่าๆยังอ่านไม่หมดเลยครับ อย่าง War and Peace ซื้อมาสามปีแล้วก็ยังอ่านไม่ถึง 10 หน้า (เห็นจำนวนหน้าแล้วเหนื่อยจริงๆ) ปีที่แล้วซื้อ Heart of Darkness ของโจเซฟ คอนราด ก็ยังอ่านไม่จบเลยทั้งที่หนาแค่ 100 หน้าเอง นอกจากนั้นก็ตามเก็บนิยายไซไฟเก่าๆของ ไอแซค อาซิมอฟ ครับ แต่ปีนี้คงไม่ได้ไปแน่ๆ (กะว่าถ้าแฟนไปจะฝากซื้อเรื่องสั้น จับตาย ของ มนัส จรรยงค์ กับ ตึกกรอสส์ ของ อ. อุดากร ครับ)
guitarquiz
เรื่องนี้ไงน้า BOB กิน และ กิน เช่นอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ ยอดฮิต ของเล่น อะไรก่อนก็ได้ึครับ
BOBBKK
ผมจะมาต่อ Series เรื่องยาว ต่อพรุ่งนี้นะครับ มีเพื่อน ๆ ท่านใดมีหัวข้ออะไรจะนำเสนอ แนะนำบ้างไหมครับ หากได้เล่าสู่กันฟัง ทุกอย่างก็จะไม่สายสูญ
กรุงเทพเรามีหลายอย่าง เช่น ทำไมต้องศาลาแดง ทำไมต้องสะพานควาย ทำไมต้องสพานเหลือง สพานดำ สพานแดง รู้ไปใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม
อย่าลืมไปงานสัปดาห์หนังสือนะครับ ใครพลาดเสียดาย
antcorleone
มารออ่าน

หายเร็วๆ นะครับลุง happy.gif
BOBBKK
(2512 – 2518)
สงครามเวียตนามเริ่มการรบกันอย่างจริงจังในปี 2511 หลังการจากไปของ JFK มีการประชุมเพื่อหาข้อยุติว่าจะไปต่อหรือเลิก แต่ในที่สุดรัฐสภาสหรัฐอนุมัติให้ทำสงครามเต็มรูปแบบ ด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งในนั้นคือกลัว ทฤษฎีโดมิโนซึ่งมีผู้เชียวชาญทำนายว่า ประเทศในแถบอินโดจีนจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์กันหมด อเมริกากาย่อมยอมไม่ได้ที่จะให้เกิดเช่นนั้น สงครามจึงขยายอย่างเต็มรูปแบบมีการเพิ่ม GI เข้าไปในเวียตนามเกือบห้าแสนนาย รวมทั้งส่งอาวุธทุกชนิด รถถัง เครื่องบินทิ้งระเบิด B52 เข้าประจำการโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานส่งกำลังบำรุง และเป็นที่ผักผ่อนหลังจากการสู้รบ จึงเป็นที่มาของถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในปี 2508 แต่ในยุคเริ่มต้นสถานบันเทิงจะเน้นรูปแบบง่าย ๆ เช่นใช้บ้านมาดัดแปลง หรือเอาตึกแถวสองถึงสามห้องมาตีทะลุแล้วเปิดบาร์ได้เลย แต่หลังจากการประกวดสตริงคอมโบ้ชิงแชมป์ถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศ เราได้วงดนตรีเด็กไทยที่มีฝีมือมากมายหลายร้อยวง ทำให้ต้องหาทีแสดง ตามบาร์ที่มีอยู่ตามถนนก็ไม่เพียงพอ ในช่วงนี้นักดนตรีมีที่ทำมาหากินมีอยู่สองแบบ หนึ่งคือเดินทางไปยังฐานทัพ หรือแค้มป์ทหารอเมริกัน เช่นที่ตาคลี อู่ตะเภา นครพนม อุดร อุบล โคราช ระยอง บ้านค่าย นิวแลนด์ ซึ่งทุกแห่งจะมีบาร์ ไนต์คลับเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด การแสดงตามฐานทัพจะเป็นการแสดงโชว์ฝีมือเสียมากกว่า เพราะเหล่า GI จะไม่ดิ้นกัน และเพลงที่พวกเขากำลังคลั่งไคล้ คือเพลงจาก The Doors, Hendrix, James Gangs, Red Bone, Led Zeppelling, Jetro Tull, The Who, Grand Funk Raiload, จนมาถึงยุคของ Deep Purples, Black Zabbath, Uriah Heep, เพลงของพวกเขาเหล่านี้จะเน้นการแสดงเป็นหลัก บางครั้งก็มียาเสพติดเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกัญชา ซึ่งหาง่ายในสมัยนั้น เพลงของพวกเขาไม่สามารถใช้ประกอบการเต้นรำหรือที่สมัยนั้นเรียกว่าดิ้นได้ เหล่านักดนตรีในแนวนี้จึงจำเป็นที่จะต้องแสดงออกด้านการแต่งกายให้ใกล้เคียง ไว้ผมยาวถึงหลัง เสียงกีตาร์ที่แตกพล่า และเครื่องขยายเสียงที่แสบแก้วหู ที่เหลือก็แกะให้เหมือนแผ่น ฝรั่งก็บ้ากันทั้งแค้มป์แล้ว ทำให้เกิดสุดยอดฝีมือประดับวงการมากมาย นำหน้าโดย VIP, Heavy Mountain, After Die, Kalaidoscope, The Fox และอีกหลายคณะ วนเวียนอยู่ตามค่ายทหารอเมริกัน ในช่วงที่ตามค่ายทหารนิยมแนวเพลงแบบหนักหนัก เสียงดัง ๆ แต่งตัวบ้า ๆ บอบอ ในกรุงเทพฯ กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะเขาชอบดิ้นกัน เพลงแบบนั้นไปกันไม่ได้ จากบาร์ตึกแถว เป็นไนต์คลับหรูตามโรงแรมใหญ่ ๆ โดยเฉพาะชั้นใต้ดิน กับชั้นดาดฟ้า แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคลับชั้น Basement ใต้ดิน เพราะเสียงดนตรีจะไม่ไปรบกวนแขกที่พักอยู่บน ๆ แนวเพลงจะเป็น POP ยอดนิยมตามอันดับเพลงฮิท ไม่ว่าเพลงอะไรนิยมเพวกเขาจะนำมาเล่นต่อกันเพื่อการดิ้นกันให้มันหยด ทุกวงดนตรีจะเล่นเพลงเหมือน ๆ กัน ยิ่งช่วงต้น 70’s ที่มีเพลงของ CCR ช่วงนั้นมันส์เขาหละ ยกเว้นบางวงที่หันไปเน้น Soul แบบผิวดำ จนในที่สุดหันมานิยมแนวเพลง JazzRock แบบ Chicago, Association, Blood, Sweat & Tear โดยเพิ่มเครื่องเป่า ไนต์คลับตามโรงแรมที่ดังที่สุดของยุคน่าจะเป็น Fire Cracker Club ของโรงแรม First ประตูน้ำ เพราะประเดิมด้วยแชมพ์ถ้วยพระราชทาน The Impossibles ตัวไนต์คลับอยู่บนชั้นสอง พอเข้าประตูโรงแรมทางขวามือจะมีบันไดขึ้นชั้นสอง เขาทำเป็นอุโมงค์ไฟสวยมาก ที่โรงแรมมณเทียร สุริวงศ์ ตัวไนต์คลับอยู่ชั้นใต้ดิน ชื่อ AN AN สัญญาลักษณ์น่าจะเป็นรูปหมี เข้าทางถนนพระราม 4 ไม่ต้องเข้าไปในโรงแรม เขาทำเป็นอุโมงค์ทางลงจากด้านนอกลงไปใต้ดินเลย ที่นี่ต้อนรับวงจากมาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์เป็นหลัก วง Experiment, 4+1 , The Hunter และวง The Wynners ที่ Sha la la la ก็เคยมากระโดดตบมือที่นี่ ที่นี่ยังเคยให้การต้อนรับวง The Tremeloes จากอังกฤษ เจ้าของเพลงฮิท Silence is Golden และ Me and My life ก็มาพักมณเทียงและโชว์ตัวที่นี่ และที่ต้องถือว่าสุดยอดของที่นี่คือ แขกพิเศษสองทาน Robert Plant กับ Jimmy Page แห่ง Led Zeppellin มาพักที่นี่และเปิดให้สัมพากษ์ มีคนถามว่าจะมาเปิดกาแสดงที่ไทยไหม เขาย้อนถามกลับแล้วที่นี่มีสถานที่ใหญ่ ๆ จุคนเป็นแสนให้เขาแสดงไหม จบข่าว ที่นี่หลังปี 2518 หลังจากการยุบวง The Im นักดนตรีนำโดยคุณวินัย คุณเรวัตร ตั้งวง Oriental Funk เข้าประจำหลังปรับปรุงใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น Casablanca และเปลี่ยนทางเข้าเป็นการลงบันไดข้างหน้าดอฟฟี่ชอพ วง Oriental Funk อยู่แถวหน้าหลายปี เพราะอดีตเป็นถึงแชมป์ถ้วยพระราชทางสามปีซ้อม จนถึงปี 2526 คุณเรวัตรก็ไปจับมือเพื่อน ๆ ตั้ง Grammy และออกเทปเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย ทางคลับจึงเปลี่ยนเอาคุณนิยม (ทอมโจนส์เมืองไทย) กับวง New Blood เข้าประจำหลอกฝรั่งได้เยอะ โรงแรมเชอร์ราตัน สุริวงศ์ ชั้นใต้ดิน ทางลงอยู่หน้าคอฟฟี่ชอพ ลงบันไดไปจะเจอ The Cavern Club ที่นี่เป็นที่สิงสถิตของนักเที่ยว เพราะอยู่ใกล้พัฒนพงษ์ ไปมาสะดวก เรียกว่าแหล่งเจริญ ของกินก็มากมายตั้งแต่ข้างถนน จนถึงข้างตู้เพลง The Cavern Club ให้การตอนรับหลายวง แต่ที่เป็นตำนานของที่นี่คือ คุณดอน สอนระเบียบและวง P.M.5 ซึ่งจะมีคนมาฟังคุณดอนร้องเพลงของ Englebert Humperdink อย่างเพลง Lady Of The Night, My Friend The Wind ซึ่งคุณดินนับว่าทำได้ดี จนมีคนจ้างไปบันทึกแผ่นเสียงสองเพลงนี้ขาย แล้วเวลาสโลซ์ซบจะมีอะไรเป็นสุขเท่าร้องคลอเพลง สวรรค์ปิด ของเขา “ โอ้ยอดรักอย่าจากพี่ไป โปรดอภัยพี่ร้ายเธอก่อน.......” ความสุขอยู่ในอ้อมแขนเรานี่เอง เพลงจบยังไม่อยากแยกจากกัน The Den Night Club ของโรงแรมอินทรา ประตูน้ำ หลังจาสกเปิดดำเนินการประมาณปี 2516 ชั้นใต้ดิน ที่นี่เรียก Basement ของที่เปิดเป็นไนต์คลับหรู The Im ตอนกลับจากยุโรป ก็เคยมาแสดงช่วงสั้น ๆ ที่นี่ แต่ที่อยู่ยงคงกระพันคือวง The Blue Angle อยู่นานมาก เวลาวันที่ 5 ธันวาคม ทุ่มตรงก็ยกวงไปเล่นที่หน้าประตูโรงแรมทุกปี เป็นอะไรที่ดีมาก จุดเด่นของอีกอย่างคือ เวลาไปเที่ยวแทบไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับโรงแรมเลย เข้าทางประตูด้านศูนย์การค้า ใต้บันไดเลื่อน พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอทางลงเลย ห่างกันไม่ไกลสี่แยกราชประสงค์ โรงแรม President ตรวง Lobby Bar วึ่งมีแกรนด์เปียโนวางอยู่ตัวหนึ่ง ทุกคืนจะมีนักเปียในมานั่งบรรเลงให้นั่งดื่มค๊อกเทลเย็น ๆ พอได้อารมณ์ เลยไปนิดจะเป็นราวบันไดวน ง่าย ๆ ลงชั้นใต้ดิน Night Club ที่ชื่อเท่ห์ Cat’s Eye ที่นี่วัยรุ่นจะน้อยหน่อยเพราะเพลงที่เล่นจะไม่เน้นเต้นรำ แต่เน้นเพลงโชว์เสียมากกว่า เช่นการประสานเสียงเพลงของ The Lettermen, The Every Brothers, หรือแม้แต่ Brother Four ก็ได้ยินบ่อย ๆ ช่วงหลัง ๆ เอาวงดังจากโคลีเซี่ยมเสก็ต P.T.O. เข้าไปเรียกวัยรุ่น หรือแม้แต่ ช. อ้น กับ The Fox ก็เคยเข้าไปแสดงที่นี่ โรงแรมดุสิตกระโดดเข้ามาเปิดคลับที่หลังเขา เพราะมัวเพลินอยู่กับ Tierra ชั้นดาดฟ้า ที่มีนักร้องดังมาแสดงบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Andy William, Mat Monroe, และอีกหลายท่าน จนเอาลานจอดรถเปิด Alibaba Club ประเดิมด้วยวงจากยุกแรก P.M.7 และวงดังจากอีสาน Power วงนี้นักร้องร้อง Season In The Sun แบบ Terry Jack ได้ถอดแผ่นเลยละ แถวสุขุมวิทตอนนั้นยังเป็นโรงแรมชวลิต ชั้นล่างเป็นบางกะปิเทอเรซ เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ เมื่อก่อนตรงโรงแรมชวลิตตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางกะปิ ขึ้นไปชั้นบนสุดคือที่ตั้งของ Oscar Club ช่วงแรกจะใช้ของนอก ตอนที่ดังและสร้างชื่อ คือ Blue Star Sister วงสาวสวยจากเกาหลี ทุกวันนี้ยังเหลืออยู่หนึ่งสาวที่ร้านอาหารตรงข้ามเซ็นทรัลชิดลม แต่ขอโทษไม่ใช้นักร้องนะ แต่เป็นเจ้าของร้าน ช่วงหลังเปลี่ยนชื่อเป็น The Club ใช้วงดังของไทยหลายวง Chocolate และวง Professional ที่มีแม่แดง คุณฉันทนา กิติยะพันธ์ ร้องนำอยู่ ช่วงที่หนังข้าวนอกนาเข้าฉายฟังเพลง เกลียดคนสวยกับข้าวนอกนาทุกคืน ที่นี่ยังมีวงดังยักใหญ่อีกหลายวง Baracudas ของคุณกริซโทมัส ที่นี่พอเปลี่ยนชื่อมาเป็น Ambassador Hotel เป็นศูนย์รวมด้าน Entertainment มีการเปิด Food Court แบบแลกคูปองเป็นแห่งแรก เปิด Hard Rock Cafe มีร้านกาแฟที่กินแล้วนอนไม่หลับเพราะมันแพง ชั้นสองตัว Main Building ยังมีภัตตาคารจีนที่ดังมากเรื่อง พระกระโดดกำแพง น่าจะชื่อ เจ้าสัว (ถ้าจำผิดขออภัย) และที่ไม่กล่าวไม่ได้ที่นี้ชั้นสองจะมี Dickens Pub ที่นี่สุดยอดเมื่อไม่นานผมไปยังเจอ เมื่อก่อนคุณสักรินทร์ Elvis เมืองไทยนอกจากสอนหนังสือที่ ม.กรุงเทพ แล้วทุกคืนพี่แกจะมาโยกหน้าโยกหลังที่นี่ เคยมีวงรุ่นหลังชนะประกวดอะไรสักอย่าง Coke หรือเปล่า ชื่อวง Martine สุดยอดมากจะได้ฟัง The Beatles ทุกคืน สั่งเบียร์สดนั่งฟังเพลงเพลินเพลินปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไม่ใยดี ช่วง 70's ตอนปลายที่นี่มีตำนาน Discotheque อย่าง Flamingo คนแน่นเอียดทุกคืน แต่ถ้าสุดยอดคนมักนึกถึง The Palace วิภาวดี ขอโทษที่นิยมต้อง Superstar พัฒน์พงษ์ จะไม่ให้นิยมได้ไงที่นี่เด็กสาวใจแตกเต็มฟลอร์ สักห้าทุ่มจะมายืนออเต็มหน้าร้าน รอใครสักคนพาเข้าไปเลี้ยงออกค่าผ่านประตูให้เป็นพอ แค่นั้นคืนนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านแล้ว ยิ่งตอนหลังเที่ยงคืนหาที่ว่างให้ยืนยังยาก ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ยังไม่สิ้นมนต์ ไปจากอโศกข้ามสะพานหน้าวัดมักกะสัน ซ้ายมือจะเจอ International Club ที่นี่เขาเอา Royal Sprite มาประชันกับ Blue Star Sister คิดดูแล้วก้นจะมันขนาดไหน เวลาร้องเพลง Jesus Chris Super Star ทั้งสองวงจะแจมกัน มิรู้ลืมหากใครได้เห็น หลังจากที่นี่ไฟไหม้วง Blue Star Sister กลับเกาหลี Royal Sprite ก็เข้าประจำ Topper Club ตึกนายเลิศ สุขุมวิท อยู่นาน มีกาศได้ประคองสาวสวยบนฟลอร์ยามไฟสลั่ว ๆ แววเสียงคุณสุนทร สุจริตฉันท์ “ซ่อนไว้ บอกใครไม่ได้ ถ้าทีหัวใจที่แอบไปรักเธอ.....” สวรรค์จริง ๆ พี่น้อง ช่วงนี้ทุกวงจะมีเพลงไทยหากินทุกคณะ ข้าง ๆ ตึกนายเลิศเป็นที่ตั้งของ Savoy Club ช่วงแรก ๆ เป็นคลับค่อนไปทางผู้ใหญ่ แต่หลังจากสิ้นสุดสงครามเวียตนาม ที่นี่จะเป็นบ้านของ Heavy แตกทัพที่กลับจากอีสาน ประเดิมด้วย VIP พอพวกเขาไปเดินสายต่างประเทศ Heavy Mountain ก็มานั่งรอไปนอก และอีกหลายคณะ จนปิดไปในที่สุด ที่อาคารโชคชัย ชั้น 24 เมื่อก่อนก็มีคลับเหมือนกันชื่อ Chockchai Club มีวง Generation ปักหลัก แต่เปิดไม่นาน คลับแสตนด์อโลน อีกแห่งที่ดังมากชื่อ Blue Sky ฝั่งตรงข้ามสวนลุม ตรงศาลาแดง ที่ข้าง ๆ มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่แพงที่สุดในประเทศไทย เวลาผ่านไปจะเห็นรถบัสจอดอยู่ คลับนี้เปิดได้ไม่นานเท่าตามโรงแรม แต่ก็สร้างชื่อไว้ช่วงหนึ่ง เพราะก่อสร้างเพื่อเปิดเป็นคลับเลย F.M. Stone วงแบบโซลคนดำแฟนเยอะถึงขนาดเคยไปบันทึกแผ่นเสียงมาแล้ว กลับมาที่นานาโรงแรมราชา Sphinx Club มีสุดยอดฝีมือ Silver Sands ประชัน Grand X ก่อนร้องเพลงไทย คิดดูคนจะแน่นขนาดไหน ในช่วง Disco Fever คุณวิทยา เจ้าของรายการ Express Songs ปรับปรุงที่นี่เป็น New York, New York Discotheque ในยุคแรก ก่อน The Palace และ After Dark หรือ Nasa Space Dome ผมผ่านโรงแรมเอราวัณ ไม่กล่าวไม่ได้เพราะขณะนั้นโรงแรมวิสาหกิจแห่งนี้ถือว่า อันดับต้น ๆ ของกรุงเทพ Ambassador Club กับคุณอรวรรณ วิเศษพงษ์ กับทีมงาน Green Apple เพลงหนี้รัก เพลงเดียวสบายไป ฝั่งตรงข้ามยอดตึก BOAC ช่วงนั้นคุณโกมล บูรณมนตรี คนดังเปิดเป็น Bunny Club ตอนเปิดใหม่คนแห่ไปจับหางกระต่ายกันเป็นแถว เขาให้พนักงานแต่งเป็น Bunny Girl เหมือน Playboy Club เลย ดังอยู่พักหนึ่ง หลังจากปิดที่นี้ก็เป็น Disco ของคุณเปี๊ยกโปสเตอร์ ส่วนคุณโกมลย้ายไปเปิด Disco ที่ อโศกชื่อ MGM ตราสิงโตเห่า อลังการงานสร้างตามสไตล์พี่เขาหละ ไปย่านสีลมโรงแรมรามา มีคลับชื่อ Tropicana มีวง Bangkok 17 ของคุณวันชัย โรจน์แสงรัตน์ ประจำ ทะลุมเหศักดิ์เจอโรงแรมเล็ก ๆ มโนราห์ ที่คลับโจรสลัดดังมายุคหนึ่ง The Buccaneer Club เสียดายอยู่ไม่ถึงสมัย Pirate Of The Caribbean คงเพลินน่าดู อนุสารีย์ชัย Continental Hotel มีคลับชื่อ ฝรั่งเศส Le Roue มีหลายวงมาแสดง แต่ที่ดังมากคือ The Mighty Jack ลูก ศิษย์ ครูพยงค์อีกทีม มี นานพ มุกดา ตีกลอง มี ดนัย ทวีโภค เล่นคีย์บอร์ด สาว ๆ ตบตีแย่งคิวกันทุกวัน หากจะจบชุดนี้ไม่กล่าวไม่ได้สุดยอดของคลับและยืนยาวที่สุด คือ The Niles จากโรงแรมแมนดาริน สามย่าน ที่นี้เป็นที่สุดท้าย ที่หนุ่มใช้ปิดบัญชี เพราะที่นี้เขาไม่เปิดไฟ เข้าไปนอกจากเวทีแล้วไม่เห็นอะไรเลย มืดสนิท มีวง Baptick, Mummee, และวงที่อยู่คู่ตำนาน Flash ซึ่งบางครั้งเขานึกสนุกจะได้เจอเพลงอย่าง ฟลอร์เฟื่องฟ้า กับ พลานล่อเนื้อเลยละ แต่ที่แน่เสียกว่าแช่แป้ง ช่วงสโลท์ที่นี้ฟลอร์ไม่มีที่ว่างแม้แต่นิ้วเดียว ยิ่งสุดสัปดาห์มีพี่ชรัส เฟื่องอารมณ์ มาโชว์ด้วย จะเป็นสโลท์ที่สุดยอดที่สุด เข้าไปที่นี่ต้องลงทุนสั่ง Rainbow จุดไฟมาให้สาวเจ้า ยิ่งวันเกิดด้วย คะแนนเต็ม เป็นแก้วเล็ก ๆ ยาว ๆ เขาจะเทเหล้าเจ็ดชั้นเป็นชั้น ๆ ไม่ปนกัน แล้วจุดไฟเดินมาเสริฟในความมืด คะแนนหากเต็มสิบ เราจะได้สิบเอ็ดคะแนน ลืมบอกเครื่องดื่มยอดฮิทที่สุดของที่สุดคือ สิงคโปร์สลิงค์ ที่มีต้นกำเนิดมาจาก รัฟเฟอร์โฮเติล บนเกาะสิงค์โปร์ เวลาวันสุดสัปดาห์ เขาลือกันว่าตามคลับจะผสมใส่ถังไว้เลย จะได้สะดวก วิสกี้ซาวด์ ที่เวลาจะเสริฟจะเอาแก้วไปจุ่มเกลือให้ติดปากแก้วนิดหนึ่ง เวลาดื่มเอาลิ้นเลียเกลือเค็ม ๆ พอได้อารมณ์ บัดดีมารี่ หรือแมรี่บ้าเลือด เหล้าผสมกับน้ำมะเขือเทศ ผมไม่ชอบสีมัน แมนฮัสตัน เหล้าที่ผู้ชายชอบดื่ม เมาได้เหมือนกัน เหล้าใส่น้ำส้มคั้น สกรูว์ไดร์ฟเวอร์ กินเท่าไหรก็ไม่เมา อีกแก้วที่นิยมสั่งเพราะฟังแล้วดูดี ยีนโทนิค โดยทั่วไปจะอยู่แก้วละ 150 ถึง 250 บาท ประมาณนี้ มีเหล้าดีดี อยู่ในมือ มีสาวสวย ๆ อยู่ในอ้อมกอด มีเสียงเพลงเพราะ ๆ อยู่ในใจ มีเงินสดอยู่ในกระเป๋า ค่ำคืนนี้ก็สวรรค์ดีดีนี่เองแหละครับ

ปล. ว่าง ๆ คนมีรถวันศุกรเขาขับรถไป พัทยาพาเลซ คลับชื่อ Kontiki หรือโรงแรมเอเชียพัทยา Neptune Club คือทางเลือกสำหรับคนที่มีตังค์ ไปถึงโน้นหนีกลับบ้านไม่ได้ คนมีกะตังค์เป็นกลุ่มคนที่ได้เปรียบทางสังคมอีกแล้ว


จิ๊กโก๋อมตะ
chinod
เรื่องอื่นไม่ถาม แต่ Tazan X ยังเอาไหม จะได้ไร้ท์ไปฝาก

จุ๊ จุ๊ คุณรู้น่ะว่าผมเป็นใคร whistling.gif
BOBBKK
QUOTE(chinod @ Oct 18 2008, 10:18 PM) *
เรื่องอื่นไม่ถาม แต่ Tazan X ยังเอาไหม จะได้ไร้ท์ไปฝาก

จุ๊ จุ๊ คุณรู้น่ะว่าผมเป็นใคร whistling.gif



]เอา
BOBBKK
มีคนยังอยากอ่านอยู่กี่คน เช็คชื่อหน่อยครับพี่น้อง จะได้มาเล่าต่อ
Redefine
ผมคนนึงครับ
ice/ice/baby
friday
....

เห็นเฮียพูดถึงป้าวาส....คุณวาสนา วีระชาติพลี

ผมเป็นแฟนเพลงแกครับ ทุกวันนี้ยังจัดเพลงอินดี้อยู่ที่

internet radio....

www.yesindie.com ทุกคืนวันศุกร์ครับ

นาน น๊าน ทีแกถึงจะเปิดเพลงฮาร์ดร็อก รุ่นเก่าๆซักที...



ปล. อยากรู้ที่มา ของพวกชื่อ สะพานควาย สะพานสีต่างๆครับ...

จะรอติดตาม kapook-9243-9853.gif
jeedsan
รออ่านอีกคนครับ ...

thumbups.gif
VICHIEN
รออ่านอีกคนครับ ...
zao
อ่านครับ... rolleyes.gif
zervilz
ตามอ่านเรื่อยๆ ครับ
เห็นด้วยให้ย้ายกระทู้ เปลี่ยนหัวเรื่องซะหน่อย
guitarquiz
ยังอยู่ครับน้า BOB ครับ ฝากรูปให้น้าครับ Bob Hope มาไทยที่ Camp ในโคราช ปี 1968 ( Bob เจอ BOBBKK )

VICHIEN
ยังอยู่ครับน้า BOB มาครับ thumbups.gif
frankyb
รออ่านอยู่ครับ
Tossapol
QUOTE(frankyb @ Oct 21 2008, 09:43 AM) *
รออ่านอยู่ครับ


yes.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.