Help - Search - Members - Calendar
Full Version: รายงานแผ่น DVD ออกใหม่ เฉพาะหนังจีน
ThaiDVD.net | Hi-DEF Blu-Ray DVD HTPC Home Theater ไฮเดฟ บลูเรย์ ดีวีดี โฮมเธียเตอร์ > :: DVD Zone :: > All About -DVD-
Pages: 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26, 27, 28, 29, 30, 31, 32, 33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43, 44, 45, 46, 47, 48, 49, 50, 51, 52, 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59, 60, 61, 62, 63, 64, 65, 66, 67, 68, 69, 70
ANDY2008
........ช้ำ.
ANDY2008




“คริสตี้ ชุง” คลอดลูกคนที่สาม เผยถึงเวลาปิดอู่เสียที


นักแสดงชาวฮ่องกง “คริสตี้ ชุง” ได้ให้กำเนิดลูกสาวคนที่สามเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปักกิ่ง โดยเจ้าตัวเผยด้วยว่าคงจะเป็นลูกคนสุดท้ายของเธอแล้ว

ลูกสาวตัวน้อยเป็นลูกสาวคนที่ 3 ของ จงลี่ถี หรือ คริสตี้ ชุง นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ และเป็นลูกคนที่ 2 ซึ่งเกิดกับสามีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์เพลง

โดยทายาทคนแรกของทั้งคู่เป็นลูกสาวที่ชื่อว่า เจเดน ซึ่งเกิดเมื่อปี 2008 นอกจากนั้นนักแสดงสาวชื่อดังยังมีลูกสาววัย 12 ปีที่ชื่อ แจสมีน ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อนด้วย

คริสตี้ ชุง กำลังจะมีอายุ 40 ปีเต็มในปีนี้ บอกว่าเธอมีความกังวลอยู่เหมือนกันว่าวัยที่มากขึ้น จะมีปัญหาอะไรกับการให้กำเนิดลูกครั้งนี้รึเปล่า โดยเฉพาะเมื่อลูกสาวที่ตั้งชื่อว่า เคย์ล่า คนนี้ออกมาลืมตาดูโลกก่อนกำหนดอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์

ย้อนไปเมื่อสุดสัปดาห์ คริสตี้ ชุง เกิดอาการเจ็บท้องคลอดลูกขึ้นมาในตอนเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. สามีจึงรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลทันที แต่กลับพบปัญหาเมื่อไม่มีแพทย์ที่จะมาทำการคลอดครั้งนี้ สุดท้ายกลายเป็นหน้าที่ของคุณพ่อ และพยาบาลที่ช่วยกันดูแล จนทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

“ฉันรอด้วยความอึดสุดๆ เลยค่ะ แต่หมอก็ไม่มาถึงสักที สามีของฉันเป็นพ่อมืออาชีพจริงๆ เขาช่วยให้กำลังใจกับพวกพยาบาล บอกให้พวกเธอใจเย็นๆ และยังช่วยในการทำคลอด เมื่อลูกลืมตาดูโลก เขาเป็นคนอุ้มลูกมาให้กับฉัน ฉันภูมิใจในตัวเขาจริงๆ ค่ะ” นักแสดงสาวกล่าวถึงประสบการณ์สุดพิเศษในห้องทำคลอด

นางเอกคนดังเป็นปลื้มกับลูกสาวที่มีน้ำหนักแรกคลอด 3 กิโลกรัมคนนี้สุดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดมาในช่วงเวลาที่กำลังเข้าใกล้วันตรุษจีนแบบนี้ เธอยังกล่าวติดตลกว่า “ต่อไปนี้บ้านเราคงได้รับซองแดงทีละสามซองเลยนะคะ ในเทศกาลตรุษจีนแบบนี้”

นอกจากนั้นคุณแม่ลูกสามแสนสวย ยังยืนยันว่าแม่หนูน้อยคงจะเป็นลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัวแล้ว “ฉันคงจะไม่มีลูกคนที่สี่แล้วล่ะค่ะ มีลูกสาวสามคนก็กำลังดีอยู่แล้ว ฉันเองไม่ได้สนใจหรอกว่าจะมีลูกชายหรือลูกสาว ขอให้พวกเขาสุขภาพดี ในฐานะแม่ก็มีความสุขที่สุดแล้ว” คริสตี้ ชุง ถีกล่าว

คริสตี้ ชุง สาวเชื้อสายจีนเวียดนาม ใช้ชีวิตวัยเด็กที่ควีเบค ประเทศแคนนาดา ก่อนจะกลายเป็นผู้ชนะในการประกวด มิส ไชนิส อินเตอร์เนชั่นแนล ในปี 1993 จนได้ก้าวสู่วงการบันเทิง มีภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย รวมถึงการรับบท คุณบุญเลื่อง ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง จันดารา ด้วย










clone
ผมชอบเรื่อง Gorgeous ที่เฉินหลงเล่นกับซูฉีครับ
เปนหนังที่โรแมนติกที่สุดของเฉินหลง เพราะปกติเขา
จะเล่นเปนตำรวจที่มอมแมมตลอด แต่เรื่องนี้เขาเล่น
เปนหนุ่มโสด มีธุรกิจใหญ่โต ฐานะร่ำรวย และที่สำคัญ
เรื่องนี้เฉินหลงสวมชุดขาวทั้งตัว ดูเปนคนสุภาพ
โรแมนติก และแมนมากๆ happy.gif
โอจุนฮา
ขอร่วมสนุก ตอบคำถาม หนังรัก (จีน) ที่ประทับใจด้วยคนครับ

คำตอบ เถียนมี่มี่ 3,650 วัน รักเธอคนเดียว (Comrades, Almost A Love Story)

เพราะ...เป็นหนังรักในความทรงจำที่ตราตรึง ซาบซึ้งกินใจ ไม่เคยลืมเลือน sleep.gif


ANDY2008

Detective Dee
แผ่นดินไหว IMAX, 007 ราชวงศ์ถัง, High School Musical โปรแกรมเด็ดหนังจีนปี 2010

"หัวอี้ บราเธอร์ส" เผยถึงโปรแกรมเด็ด ในปีนี้ของบริษัท อันได้แก่ ผลงานใหม่ของ หลิวเต๋อหัว, งานรีเมกหนังวัยรุ่นสุดดังจากฮอลลีวูด และหนัง IMAX เรื่องแรกจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เล่าเรื่องเหตุการณ์แผ่นดินใหญ่ครั้งใหญ่ในอดีต

หัวอี้ บราเธอร์ส บริษัทผลิตภาพยนตร์ของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีแผนปล่อยผลงานฟอร์มใหญ่เข้าฉาย หวังเรียกเงินจากกระเป๋าชาวจีนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2010 ซึ่งจะเริ่มต้น ด้วยหนังรักโรแมนติกรวมดาราแนวเดียวกับ Love Actually ที่ชื่อว่า Hot Summer Days ซึ่งกำลังจะเข้าฉายในวันที่ 11 ก.พ. นี้ ขณะที่หนังแก็งสเตอร์ The Informers ที่มีเซียะถิงฟง และจางเจียฮุย รับบทนำ เป็นโปรแกรมใหญ่ถัดไป

แต่ที่น่าจับตามองก็คือ Disney's High School Musical: China ที่มีกำหนดฉายในหน้าร้อนปีนี้ เป็นหนังที่ทาง หัวอี้ ร่วมงานกับ ดิสนีย์ บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในการหยิบเอาหนังเพลงวัยรุ่นสุดฮิตมาสร้างในรูปแบบของจีน

"ชาวจีนจะสนุกกับเนื้อเรื่อง ที่ส่งเสริมค่านิยมดีๆ อย่างเรื่อง ทีมเวิร์ค, การมองโลกในแง่ดี, มิตรภาพ, ศักดิ์ศรี และการค้นพบตัวเอง ที่เคยทำให้ High School Musical ได้รับความนิยมในทั่วโลกมาแล้ว และเรามั่นใจว่ามันจะประสบความสำเร็จ ในการเป็นความบันเทิงสำหรับครอบครัวชาวจีน" สแตนลีย์ จาง รองประธาน ของ บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศจีนกล่าว ซึ่ง High School Musical ฉบับจีนจะไม่ได้เป็นการหยิบเอาเวอร์ชั่นดั้งเดิมมารีเมกโดยตรง แต่จะใช้เป็นแรงบัลดาลใจในการเขียนบทขึ้นมาใหม่ เพื่อใส่ค่านิยมแบบจีนลงไปด้วย

ส่วนในครึ่งปีหลัง หัวอี้ บราเธอร์ส จะปล่อยหนังใหญ่ๆ ออกฉายอีกหลายเรื่องตั้งแต่ ภาคต่อของหนังสุดฮิต If You Are The One และ Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame หนังยอดยุคที่พระเอกชื่อดัง หลิวเต๋อหัว จะรับบทเป็นสุดยอดนักสืบ ผู้คลี่คลายคดีฆาตกรรมลึกลับในวังหลวง เป็นหนังที่ว่ากันว่าจะเป็น เจมส์ บอนด์ ของจีนแผ่นดินใหญ่ เป็น 007 ยุคราชวงศ์ถัง โดยมี ฉีเคอะ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำมากมาย อาทิ หลี่ปิงปิง, เติ่งเชา และที่พิเศษสุด หลิวเจียหลิง จะมารับบทเป็นจักรพรรดินีบูเช็กเทียน โดย Detective Dee มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 1 ต.ค. นี้

แต่งานที่ชาวจีนต่างรอคอยกันมากที่สุดก็คือ หนังฟอร์มใหญ่ซึ่งว่าด้วยหายนะทางธรรมชาติ Aftershocks ซึ่งจะเล่าเรื่อง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 7.8 ริกเตอร์ ในเมืองจีน ซึ่งสังหารผู้คนไปกว่า 240,000 คน และทำลายเมืองถังซาน ในเหอเป่ย ให้ราบเป็นหน้ากลองเมื่อปี 1976 โดยหนังวางโปรแกรมฉายรอบปฐมฤกษ์ไว้ในวันที่ 28 ก.ค. วันเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์น่าสลด 34 ปีก่อน

Aftershocks ใช้ทุนสร้างประมาณ 150 ล้านหยวน (22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) นอกจากจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศแล้ว นี่ยังจะเป็นหนังเรื่องแรกของจีน ที่สร้างและถ่ายทำเพื่อเข้าฉายในโรง IMAX โดยเฉพาะ และหนังยังมีโปรแกรมเข้าฉายในโรง IMAX ที่อเมริกาเหนือด้วย

ซึ่งผู้สร้างหวังว่าเฉพาะในประเทศ Aftershocks น่าจะกวาดเงินได้ประมาณ 500 ล้านหยวน รวมกับหนังฟอร์มใหญ่เรื่องอื่นๆ ปี 2010 ก็น่าจะเป็นอีกปีที่ดีของหัวอี้ บราเธอร์ส และวงการภาพยนตร์จีนแผ่นดินใหญ่ ที่นับวันจะโตขึ้นเรื่อยๆ







Aftershocks











Disney's High School Musical: China
wayward
อยากให้ปักหมุดกระทู้นี้จัง
เป็นกระทู้ที่มีรายละเอียดมากมายของคนรักหนังจีน
ทั้งไม่มีการอิงผลประโยชน์ใดๆ
เป็นประโยชน์ต่อคนรักหนังจีนจริงๆนะคะ
..รับไว้พิจารณาหน่อยก็จะดีนะคะท่านเวปมาสเตอร์^^
ddd
รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Hong Kong Film Awards ครั้งที่ 29 ที่จะถึงเร็วๆ นี้ (18 เมษายน) ... มาเก็งกันครับ ว่าเรื่องไหนจะได้รางวัลอะไรกันบ้าง

Best Film
1. Bodyguards And Assassins
2. Red Cliff II
3. KJ: Music And Life
4. Shinjuku Incident
5. Overheard


Best Director
1. Teddy Chen (Bodyguards And Assassins)
2. Ann Hui (Night & Fog)
3. John Woo (Red Cliff II)
4. Derek Yee Tung Sing (Shinjuku Incident)
5. Alan Mak & Felix Chong (Overheard)


Best Actor
1. Wang Xueqi (Bodyguards And Assassins) ... หวังซูฉี
2. Simon Yam (Night & Fog) ... เยิ่นต๊ะหัว
3. Aaron Kwok (Murderer) ... กั๊วะฟู่เฉิง
4. Simon Yam (Echoes Of The Rainbow) ... เยิ่นต๊ะหัว
5. Lau Ching Wan (Overheard) ... หลิวชิงหวิน


Best Actress
1. Zhang Jing Chu (Night & Fog) ... จางจิงชู
2. Wai Yin Hung (At The End Of Daybreak) ... หุ้ยอิงหง
3. Zhao Wei (Mulan) ... เจ้าเหว่ย
4. Shu Qi (Look For A Star) ... ซูฉี
5. Sandra Ng (Echoes Of The Rainbow) ... อู๋จินหยู


Best Supporting Actor
1. Tong Leung Ka Fai (Bodyguards And Assassins) ... เหลียงเจียฮุย
2. Nicholas Tse (Bodyguards And Assassins) ... เซียะถิงฟง
3. Chang Chen (Red Cliff II) ... จางเจิ้น
4. Feng Tsui Fan (Accident) ... ฝงชุ่ยฟาน
5. Alex Fong (Overheard) ... ฟางจงซิน


Best Supporting Actress
1. Li Yuchun (Bodyguards And Assassins) ... หลี่อี้จุน
2. Fan Bing Bing (Bodyguards And Assassins) ... ฟ่านปิงปิง
3. Zhao Wei (Red Cliff II) ... เจ้าเหว่ย
4. Denise Ho (Look For A Star) ... เหอหยุนซี
5. Michelle Ye (Accident) ... เยี่ยซวน


Best New Performer
1. Fala Chen (Turning Point - Laughinf Gor ji bin jit)
2. Li Yuchun (Bodyguards And Assassins)
3. Zhu Xuan (Prince Of Tears)
4. Aarif Lee (Echoes Of The Rainbow)
5. Chung Shiu To (Echoes Of The Rainbow)

Best Screenplay
1. Guo Junli, Qin Tiannan, Joyce Chan & Chan Tong Man (Bodyguards And Assassins)
2. Wai Ka Fai & Au Kin Yee (Written By)
3. Szeto Kam Yuen, Nicholl Tang & Milkyway Creative Team (Accident)
4. Alex Law Kai Yui (Echoes Of The Rainbow)
5. Alan Mak & Felix Chong (Overheard)

Best Cinematography
1. Arthur Wong Ngok Tai (Bodyguards And Assassins)
2. Anthony Pun Yiu Ming (Empire Of Silver)
3. Lu Yue & Zhang Li (Red Cliff)
4. Chin Ting Chang (Prince Of Tears)
5. Nobuyasu Kita (Shinjuku Incident)

Best Film Editing
1. Derek Hui & Wong Hoi (Bodyguards And Assassins)
2. David Wu, Angie Lam & Yang Hong Yu (Red Cliff II)
3. Cheung King Wai (KJ: Music And Life)
4. David Richardson (Accident)
5. Kong Chi Leung & Chan Chi Wai (Overheard)

Best Art Direction
1. Ken Mak (Bodyguards And Assassins)
2. Yee Chung Man [Production Design] , Chang Chi Ping & Christina Yao [Art Directors] (Empire Of Silver)
3. Tim Yip (Red Cliff II)
4. Yee Chung Man & Lau Man Hung (The Storm Warriors)
5. Yonfan & Andrew Wong (Prince Of Tears)

Best Costume & Make Up Design
1. Dora Ng Li Lo (Bodyguards And Assassins)
2. Yee Chung Man, Jessie Dai Mei Ling, Popeye Tam & Man Yung Ling (Empire Of Silver)
3. Tim Yip (Red Cliff II)
4. Yee Chung Man & Dora Ng Li Lo (The Storm Warriors)
5. Yonfan & Eason Fung (Prince Of Tears)

Best Action Choreography
1. Stephen Tung Wai & Lee Tat Chiu (Bodyguards And Assassins)
2. Corey Yuen (Red Cliff II)
3. Ma Yuk Sing (The StormWarriors)
4. Chin Ka Lok (Shinjuku Incident)
5. Ku Huen Chiu (14 Blades)

Best Original Film Score
1. Chan Kwong Wing & Peter Kam Pui Tat (Bodyguards And Assassins)
2. Taro Iwashiro (Red Cliff II)
3. Yu Yat Yiu (Prince Of Tears)
4. Lo Tayu (Vengeance)
5. Keiichi Tomita (Dance, Subaru!)

Best Original Film Song
1. 粉末(Bodyguards And Assassins) ... (แปลว่า Powder ประมาณฝุ่น ผง)
2. River Of No Return (Red Cliff II)
3. 木蘭情(Mulan) ... (แปลว่าประมาณ รักของมู่หลาน)
4. Mcdull, Kungfu Ding Ding Dong (Mcdull, Kungfu Ding Ding Dong)
5. Echoes Of The Rainbow (Echoes Of The Rainbow)

Best Sound Design
1. Kinson Tsang & George Lee Yiu Keung (Bodyguards And Assassins)
2. Steve Burgess & Wu Jiang (Red Cliff II)
3. Cheung King Wai & Hidemi Gojo (KJ: Music And Life)
4. Ken Wong, Phyllis Cheng & Lam Siu Yu (The Storm Warriors)
5. Ken Wong & Phyllis Cheng (14 Blades)

Best Visual Effects
1. Ng Yuen Fai, Chas Chau Chi Shing, Joe Tam Chi Wai & Yung Kwok Yin (Bodyguards And Assassins)
2. Teddy Mak Tak Man, Ken Law Wai Ho & Mary Ng Sze Sze (Written By)
3. Craig Hayes (Red Cliff II)
4. Ng Yuen Fai, Chas Chau Chi Shing & Tam Kai Kwan (The Storm Warriors)
5. Cecil Cheng Man Ching & Don Ma Wing On (Kungfu Cyborg : Metallic Attraction)

Best New Director
1. Philip Yung (Glamorous Youth)
2. Cheung King Wai (KJ: Music And Life)
3. Roy Chow Hin Yeung (Murderer)

Best Asian Film
1. City Of Life And Death (จีน)
2. The Founding Of A Republic (จีน)
3. The Message (จีน)
4. Ponyo On The Cliff By The Sea (ญี่ปุ่น)
5. Departures (ญี่ปุ่น)


thumbdown.gif
omega doom
เยิ่นต๊ะหัว ชิง 2 เรื่องเลย...งานชุกจริงๆ
gamst
ขอร่วมสนุกตอบคำถามด้วยคนครับ

ผมชอบเรื่อง Everyday Is Valentine (รักกันทุกวันสีชมพู)

โดน...ในเนื้อหา ที่ชายคนหนึ่งยอมเปลี่ยนตัวเอง จากที่คนชอบโกหกเป็นชีวิตจิตใจ มาเป็นคนที่พูดความจริงในทุกเรื่อง เพื่อผู้หญิงที่เขารัก แม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งหน้าที่การงานและความไว้ใจจากเพื่อนๆ
เด็ด...ในการเล่าเรื่องที่มีการสอดแทรกมุขตลกที่ทั้งฮาบ้าง แป้กสุดๆบ้าง(ตามสไตล์หวังจิ้ง) ทำให้อรรถรสของหนังไม่ขาดช่วง
เด่น...ในเรื่ององค์ประกอบ ที่แม้จะไม่อลังการ แต่ผู้กำกับก็เนรมิตฉากและรายละเอียดแวดล้อม ให้เข้ากับบทได้อย่างลงตัว
ดารา...แจ่มจับจิต จางป๋อจือ ที่ดูมุมไหนก็แหล่ม happy.gif
clone
QUOTE(clone @ Feb 11 2010, 05:01 PM) *
ผมชอบเรื่อง Gorgeous ที่เฉินหลงเล่นกับซูฉีครับ
เปนหนังที่โรแมนติกที่สุดของเฉินหลง เพราะปกติเขา
จะเล่นเปนตำรวจที่มอมแมมตลอด แต่เรื่องนี้เขาเล่น
เปนหนุ่มโสด มีธุรกิจใหญ่โต ฐานะร่ำรวย และที่สำคัญ
เรื่องนี้เฉินหลงสวมชุดขาวทั้งตัว ดูเปนคนสุภาพ
โรแมนติก และแมนมากๆ happy.gif


ลืมพูดถึงอีกอย่างที่ทำผมชอบมาก
คือเพลงในหนังเพราะสุดๆเปนเพลงประกอบ
ในหนังเฉินหลงที่เพราะที่สุดเท่าที่เคยฟังมา
ที่เปนเสียงชายกับหญิงแบบใสๆ คุณ ddd
ทราบมั้ยครับว่าเปนเพลงชื่ออะไร
Matsutomo
ขอเพลงมาเราก็จัดให้ครับ

Loi Ye Fong Cheung
http://www.mediafire.com/?mfko3nydjkn

อยากได้เพลงไหนของหนังเฉินหลงก็ลอง request มานะครับ อาจจะมี
ANDY2008
ซินเจี่ยยู่อี่...ซินนี้ฮวดไช้

bebob
ท่านใดพอมีประวัติของจางเจียฮุยบ้างครับ รบกวนช่วยมาแชรืหน่อย ผมเห็นเขาเล่นตั้งแต่สมัย ATV, TVB โน่นแล้ว แต่ก่อนก้อเป็นบทเล็กๆ แล้วก้อเริ่มมีบทนำบ้าง สมัยทีวียังเล่นไม่เด่นเท่าที่ควร แต่พอมาเล่นหนังใหญ่มากเข้าก้อเริ่มฝีมือดีมาเรื่อยๆ
เห็นเล่นหนังของ johnny to หลายเรื่องเหมือนกันเช่น breaking news, exiled มาพีคก็ตอนที่ได้รางวัลนำชายจาก beast stalker นี่แหละครับ
ddd
QUOTE(Matsutomo @ Feb 12 2010, 09:18 PM) *
ขอเพลงมาเราก็จัดให้ครับ

Loi Ye Fong Cheung
http://www.mediafire.com/?mfko3nydjkn

อยากได้เพลงไหนของหนังเฉินหลงก็ลอง request มานะครับ อาจจะมี

ขอบคุณน้อง Matsutomo แฟนพันธุ์แท้ป๋าเฉินหลงมาก เรื่องเพลงครับ ...

มาเพิ่มเติมให้นิดหน่อย ถามจากเพื่อนคนจีน ชื่อเพลงนี้แปลได้ประมาณว่า ค่ำคืนที่สนุกสนานอันแสนยาวนาน (ทางการไปมั๊ยเนี่ย 55) ... ผมขอแปลแบบเชยๆ ว่า ... คืนนี้ ขอมีแค่เธอ ... หุหุ เชยมั๊ยล่ะ

ร้องโดยฝ่ายชาย ซูหยงเจียง William So (คนที่แสดงเรื่อง Fly Me To Polaris ที่เป็นหมอและเป็นแฟนของจางป๋อจือ) และ ฝ่ายหญิงเป็นนักร้องชื่อดังชาวสิงคโปร์ เฉินเจียอี้ Kit Chan

QUOTE(bebob @ Feb 13 2010, 03:31 PM) *
ท่านใดพอมีประวัติของจางเจียฮุยบ้างครับ รบกวนช่วยมาแชรืหน่อย ผมเห็นเขาเล่นตั้งแต่สมัย ATV, TVB โน่นแล้ว แต่ก่อนก้อเป็นบทเล็กๆ แล้วก้อเริ่มมีบทนำบ้าง สมัยทีวียังเล่นไม่เด่นเท่าที่ควร แต่พอมาเล่นหนังใหญ่มากเข้าก้อเริ่มฝีมือดีมาเรื่อยๆ
เห็นเล่นหนังของ johnny to หลายเรื่องเหมือนกันเช่น breaking news, exiled มาพีคก็ตอนที่ได้รางวัลนำชายจาก beast stalker นี่แหละครับ

รอสักนิดครับ เดี๋ยวจัดมาแน่นอน

อ่ะ หมดเวลาร่วมสนุกรับของที่ระลึกแล้วนะครับ ... พรุ่งนี้ จะมีแขกพิเศษมาเป็นคนมอบโชคให้แก่ผู้โชคดีนะครับ laugh.gif ติดตามตอนต่อไป 55

thumbdown.gif
สีทอง
TRUE LEGEND
ยาจกซู ตำนานหมัดเมา








ประเภท Action / Martial Art
สัญชาติ จีน
กำกับการแสดง หยวนหวู่ปิง (The Matrix Trilogy, Kill Bill vol.1 and 2)
เขียนบท โทฉื่อหลง (Secret)
นำแสดง จ้าวเหวินจั๋ว (หวงเฟยหง 4 and 5)
โจวซุน (Perhaps Love)
มิเชลล์ โหยว (The Mummy 3, Sunshine)
เจย์ โชว์ (Curse of the Golden Flower, The Treasure Hunter)
เดวิด คาราดีน (Kill Bill Vol. 1 and 2)


True Legend เป็นการเดินทางอันน่าเหลือเชื่อของนักสู้ในตำนาน ซู ชาน หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “ยาจกซู” ผู้ให้กำเนิดตำนานหมัดเมาและหมัดงูประกาศิต ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญกันว่าเป็นเจ้าแห่งวิทยายุทธ True Legend ถูกลิขิตให้เป็นภาพยนตร์กำลังภายในแห่งตำนาน ซึ่งเล่าถึงประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ในตำนานศิลปวิทยายุทธของชาติจีน

ซู ชาน (รับบทโดย จ้าวเหวินจั๋ว) พยายามฝึกฝนเพื่อเป็นยอดฝีมือ มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่เขายึดมั่น นั้นคือความฝันที่จะสร้างศาสตร์แห่งศิลปะวิทยายุทธใหม่ และอีกสิ่งก็คือภรรยา (รับบทโดย โจวซุน) ที่เปรียบได้ดั่งน้ำพุแห่งชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลก จนทำให้เขาต้องพลัดพรากจากภรรยาและลูก

ชีวิตของ ซู ถูกช่วยเหลือโดย หยู่ (รับบทโดย มิเชล โหยว) หญิงสาวลึกลับที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหุบเขา ถึงแม้จิตวิญญาณได้สูญสลายไป แต่ความฝันในการเป็นเจ้าวิทยายุทธก็ยังคงอยู่ในใจเสมอ เขายังคงฝึกฝนฝีมืออยู่ทุกวันไม่เคยขาด จนในที่สุดก็ได้พบกับ อู่เซิน (รับบทโดย เจย์ โชว์) เทพเจ้าแห่งการต่อสู้ ที่ชี้ทางสว่างให้กับ ซู ได้พบหนทางสู่การเป็นยอดฝีมือในเพลงมวย

ในขณะเดียวกัน เขตเฮยหลงเจียงบ้านเกิดของ ซู ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ชาวจีนถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไร้ความปราณี และเมื่อชีวิตลูกชายของ ซู ผู้เปรียบได้กับแสงไฟดวงสุดท้ายในชีวิตตกอยู่ในอันตราย ก็ทำให้ไฟในตัวลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นต้นกำเนิดของ “เพลงหมัดเมา” ที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

นี้คือเรื่องราวของ ซู ชาน เจ้าแห่งตำนานหมัดเมา ที่สร้างจากตำนานฮีโร่ของชาติที่มีชีวิตอยู่จริง True Legend กำกับโดย หยวนหวู่ปิง ผู้ปฏิวัติฉากการต่อสู้บนโลกภาพยนตร์จากไตรภาค The Matrix, Kill Bill Vol. 1 and 2 และ Crouching Tiger Hidden Dragon โดยการสร้าง True Legend ถือเป็นจุดมุ่งหมายที่ทำให้แฟนหนังกำลังภายในต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ด้วยวิทยายุทธจีนต้นตำหรับของแท้บนโลกภาพยนตร์แห่งศตวรรษที่ 21











ประวัติตัวละคร

ซู ชาน คือนักรบที่กล้าหาญและผู้ผดุงความยุติธรรม เขาเป็นนายทหารที่มีความสามารถเพียบพร้อม ทั้งการใช้อาวุธดาบและธนู แต่ความฝันของเขาในการเปิดโรงเรียนสอนวิทยายุทธ ก็กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาและครอบครัว

ประวัตินักแสดง

เจ้าเหวินจั๋ว เกิดปีค.ศ. 1972 ในเมืองฮาร์บิ้น ประเทศจีน เขาได้รับการสนับสนุนจากพ่อให้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จีนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่ออายุได้ 13 เขาได้เข้าร่วมทีมมาร์เชียลอาร์ตของเมืองฮาร์บิ้น และกลายเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในทีม เจ้าเหวินจั๋ว มีความหลงไหลในเรื่องการรำไทเก็ก และทีมของเขาก็ได้รับรางวัลในระดับประเทศมากมาย

เมื่ออายุได้ 18 เจ้าเหวินจั๋วก็ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของกรุงปักกิ่ง เอกสาขาศิลปะการต่อสู้ เขาได้รับรางวัลชนะเลิศในศิลปะต่อสู้ในรูปแบบดาบและหอก ในการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย และยังเป็นแชมป์ยิมนาสติกระดับประเทศในปี 1991


ปี 1992 ในขณะที่เขากำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง เจ้าเหวินจั๋ว ก็ได้รับบทเป็นผู้ร้ายประมือกับ หลี่เหลียงเจี๋ย ในเรื่อง “ฟงไซหยก ปิดตาสู้” ซึ่งความสามารถในศิลปะการต่อสู้และการแสดง ทำให้เขาได้รับคำชมอย่างท่วมท้น และถูกเสนอให้รับบทนำในหนังหลายเรื่อง แต่หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาก็ได้รับข้อเสนอให้เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย

แต่ เจ้าเหวินจั๋ว ตัดสินใจที่จะมุ่งเข้าสู่เส้นทางการแสดง เขาแสดงหนังและละครโทรทัศน์ทั้งฟากฮ่องกงและประเทศจีน โดยเขาได้รับบทนำในหนังของ ฉีเคอะ เรื่อง “นางพญางูเขียว” รวมถึง “หวงเฟยหง 4 จอมคนผงาดฟ้า” และ “หวงเฟยหง 5” ซึ่งเขารับช่วงต่อจากนักแสดงรุ่นพี่อย่าง หลี่เหลียงเจี๋ย โดยเขายังแสดงเป็น หวงเฟยหง ต่อในละครโทรทัศน์อีกด้วย
สีทอง



ประวัติตัวละคร

เสี่ยวหยิง เติบโตขึ้นมาพร้อมกับ ซู และต่อมาก็ได้กลายเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ของเขา เธอมีแรงใจที่เข้มแข็งและมีความเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ครอบครัว เธอคือคู่แท้ของ ซู และเป็นแหล่งกำเนิดของความหวังที่ ซู ยึดมั่น

ประวัตินักแสดง

โจวซุน เกิดในปีค.ศ. 1976 เธอได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นนักแสดงสาวที่มาแรงที่สุดของประเทศจีน ความสามารถของเธอได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก เมื่อในปี 1998 เธอรับบทเป็นหญิงตาบอดในภาพยนตร์ของ เฉินไค่เก๋อ เรื่อง The Emperor and the Assassin ก่อนที่เรื่องต่อมาอย่าง Suzhou River จะทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Paris Film Festival


หลังจากนั้น โจวซุน ก็ได้แสดงหนังกว่าอีก 15 เรื่อง รวมถึงละครโทรทัศน์อีก 9 เรื่อง โดยเธอยังเป็นนักร้องที่เสียงดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศจีน โดยร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เล่นมาแล้วถึง 4 เรื่อง รวมถึง Perhaps Love “อยากร้องบอกโลกว่ารัก” กำกับโดย ปีเตอร์ ชาน ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Hong Kong Film Awards และ Taiwan's Golden Horse Award

โจวซุน ขึ้นชื่อในเรื่องของความหลากหลายทางการแสดง เธอรับบทมาแล้วทั้งสาวชาวบ้านธรรมดา ไปจนถึงผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดชายหนุ่มทั่วโลก เธอขึ้นปกนิตยสารมาแล้วทั่วโลก โดยนิตยสาร Vogue ของฝรั่งเศส ได้เรียก โจวซุน เป็น "เคท มอส แห่งโลกตะวันออก" โดยในนิตยสาร Bazaar เธอยังสร้างสถิติด้วยการลงเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเธอถึง 30 หน้า และก็ยังมีแฟชั่นไลน์ของตัวเองที่ชื่อ Izzue


แอนดี้ ออน (รับบทเป็น หยวนเลี่ย)




ประวัติตัวละคร

พี่น้องร่วมสายเลือดของ เสี่ยวหยิง และเป็นพี่บุญธรรมของ ซู เขานับถือครอบครัวดั่งชีวิต แต่ก็ถูกกัดกินโดยความเกลียดชัง และความหลงไหลอำนาจ เขาถูกเลี้ยงโดยพ่อของ ซู ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพ่อที่แท้จริง

ประวัตินักแสดง

แอนดี้ ออน เป็นแอ็คชั่นสตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของเอเชีย เขาเกิดในปี 1976 ที่เมืองโร้ดไอส์แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเคยเป็นบาร์เทนเดอร์ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปฮ่องกง เพื่อเดินตามความฝันในอาชีพนักแสดง โดยภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ Black Mask 2: City of Masks “แบล็คแมสค์ หน้ากากมหากาฬ” กำกับโดย ฉีเคอะ เพื่อเตรียมตัวในการรับบท แอนดี้ เดินทางไปวัดเส้าหลินในประเทศจีน ในการศึกษาเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ให้ลึกซึ้งจนถึงแก่น


หลังจากนั้นการแสดงของเขาใน Star Runner ทำให้ แอนดี้ ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Hong Kong Film Award ซึ่งเป็นหนังที่เขาฉายแววโดดเด่นเหนือนักแสดงร่วมจอคนอื่น แอนดี้ พยายามแสดงหนังให้หลากหลาย เพื่อหลีกหนีจากการถูกเลือกให้เล่นแต่บทแอ็คชั่นอย่างเดียว โดยมีผลงานที่เปิดโอกาสให้เขาแสดงหลายบุคคลิก ในภาพยนตร์ของ ตู้ฉีฟง เรื่อง Mad Detective “ผ่าคดีสะกดฆาตกรรม"

เจย์ โชว์ (รับบทเป็น เทพเซียนเจ้าวิทยายุทธ)




ประวัติตัวละคร

ด้วยบุคลิกที่นิ่งเฉยและไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆ ความสามารถทางกังฟูของเขาไม่มีมนุษย์ผู้ใดบนโลกเทียบได้ เขาประมือกับ ซู หลายต่อหลายครั้ง และช่วยให้ ซู ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในศาสตร์แห่งการต่อสู้ที่เขาใฝ่ฝัน

ประวัตินักแสดง

เจย์ โชว์ คือนักแสดง/นักดนตรี ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เขาเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 3 ปี และเข้าสู่วงการดนตรีในรายการ Super New Talent King ผู้ผลิตรายการเห็นความสามารถ จึงชักชวนเข้าสู่วงการในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ให้กับศิลปินดังๆอย่าง โคโค่ ลี, หลิวเต๋อหัว, กัวฟู่เฉิง และ โจลิน

เขาเริ่มก้าวเข้ามาในเส้นทางการแสดงจากการรับบทนำใน Initial D ภาพยนตร์แข่งรถที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น จากนั้นได้ร่วมงานกับผู้กำกับชื่อก้อง จางอี้โหมว เรื่อง Curse of the Golden Flower “ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง” ร่วมกับนักแสดงร่วมจอระดับตำนานอย่าง โจวเหวินฟะ และ กงลี่ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างกว่า 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจากจีน ให้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่หน้าที่ของการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรก ในหนังรักข้ามกาลเวลาอย่าง Secrets “รักเรา กัลปาวสาน” โดยล่าสุดนี้ เจย์ โชว์ ก็เริ่มจะโกอินเตอร์เป็นครั้งแรก ในการเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์ฮอลลิวู้ดเรื่อง The Green Hornet ร่วมจอกับ เซ็ธ โรเกน และ กวินเนธ พัลโธรว์ โดยเขารับบทเป็น คาโต้ ซึ่งเคยเป็นบทบาทที่นักแสดงในตำนานอย่าง บรูซ ลี เคยเล่นไว้

สีทอง
มิเชล โหยว (รับบทเป็น พี่สาวหยู่)



ประวัติตัวละคร

จอมยุทธหญิงปริศนาที่ถอนตัวจากยุทธจักร เธอช่วยชีวิตของ ซู และ เสี่ยวหยิง จากการถูกปองร้าย และให้ที่อยู่อาศัยและอาหารในระหว่างที่ทั้งคู่หลบตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา

ประวัตินักแสดง

มิเชล โหยว นักแสดงที่เป็นที่รู้จักในฐานะแอ็คชั่นสตาร์หญิงที่ไม่เคยกลัวตาย และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ เฉินหลง ยอมให้แสดงฉากสตันท์ด้วยตัวเอง เธอเกิดในประเทศมาเลเซีย โหยว มุ่งหน้าไปเมืองลอนดอนตั้งแต่อายุ 15 ก่อนที่จะเข้าศึกษาในสถาบันการเต้น London Royal Academy โดยได้ปริญญาในสาขาการละครและศิลปะ

เธอชนะการประกวดมิสมาเลเซียในปี 1983 ซึ่งทำให้เธอได้รับโอกาสแสดงในโฆษณาคู่กับ โจวเหวินฟะ และเป็นประตูสู่การร่วมงานกับนักสร้างหนังชื่อดัง โดยเธอได้รับโอกาสจาก เฉินหลง ในการแสดงนำคู่กับเขาใน Police Story 3: Super Cop “วิ่งสู้ฟัด 3” ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นแอ็คชั่นสตาร์หญิงในชั่วข้ามคืน

โหยว ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากบทบาทสาวบอนด์ใน Tomorrow Never Dies คู่กับ เพียรซ์ บรอสแนน ก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแบฟต้า จากบทบาทในเรื่อง Crouching Tiger Hidden Dragon “พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก” ของผู้กำกับ อังลี และในปี 2001 เธอก็เป็นนักแสดงคนแรก ที่ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์จากประมุขของประเทศมาเลเซีย ในฐานะที่เธอสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ



เดวิด คาร์ราดีน (รับบทเป็น แอนธอน)





ประวัติตัวละคร

เขาคือพ่อค้าผู้โหดเหี้ยมไร้ความปราณี แอนธอน ใช้ทาสที่ซื้อมาเพื่อหาเงินบนเวทีการต่อสู้ใต้ดิน ที่ไม่เพียงแต่มีจำนวนเงินเป็นเดิมพันมากมายมหาศาล แต่อาจหมายถึงการเดิมพันชีวิตมนุษย์ด้วย

ประวัตินักแสดง

นักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึงสี่ครั้ง เดวิด คาร์ราดีน มาจากตระกูลนักแสดง เขาศึกษาในเรื่องดนตรีและเป็นนักปั้นมืออาชีพ เขาเคยเป็นทหารและเป็นนักแสดงบรอดเวย์ ก่อนที่จะแสดงในหนังของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี่ย์ เรื่อง Boxcar Bertha (1972) และการรับบทเป็น ไคว เชง เคน ในซีรี่ย์เรื่อง Kung Fu ซึ่งทำให้เขากลายเป็นซุปเปอร์สตาร์เพียงชั่วข้ามคืน

จากนั้นชื่อของ เดวิด คาร์ราดีน ก็เป็นตัวแทนของความเท่ และสัญลักษณ์ของนักกังฟูในโลกตะวันตก ผลงานล่าสุดที่ทำให้เขาที่จดจำอีกครั้งก็คือ Kill Bill Vol. 1 และ 2 ของผู้กำกับ เควนติน ทารันติโน่ โดย คาร์ราดีน เข้าถึงศิลปะการต่อสู้ของจีนมาก จนถึงกับเขียนหนังสือที่ชื่อ "Spirit of Shaolin, A Handbook of Kung Fu Philosophy" ออกมาวางขาย ถึงแม้ในปี 2009 เดวิด คาร์ราดีน จะได้จากโลกนี้ไป แต่เขาก็ฝากผลงานการแสดงเอาไว้กว่า 120 เรื่องให้กับโลกภาพยนตร์


ชุงลี (รับบทเป็น หัวหน้ากองโจร)



ประวัติตัวละคร

เขาคือผู้นำเผ่านักรบกองโจรที่ต่อต้านการปกครองของราชวงค์ฉิง เขายังเป็นผู้คลั่งไคล้ในศิลปะการต่อสู้ และคอยเสาะหาจอมยุทธคนอื่นเพื่อทดสอบฝีมือ

ประวัตินักแสดง

เขาเกิดในกรุงไซง่อน ประเทศเวียดนาม ชุงลี เป็นแชมป์โลกสามสมัยซ้อนในการต่อสู้แบบ Mixed Martial Arts (MMA) และเป็นแชมป์อื่นๆมากกว่า 35 สถาบัน รวมถึงเป็นคนแรกที่สามารถเอาชนะนักสู้ในตำนานอย่าง เคน แชมร็อค ในการชิงแชมป์รุ่นมิดเดิ้ลเวท

ปัจจุบัน ชุงลี กลายเป็นชื่อที่รู้จักในวงการหมัดมวย โดยเขาเริ่มเข้าสู่โลกของการแสดงจากเรื่อง Fighting และ Pandorum โดยยังมีสารคดีของเขา ที่เล่าถึงการเดินทางขึ้นสู่จุดสูงสุดของตัวเองในโลกแห่งการต่อสู้
สีทอง
กอร์ดอน ลิว (รับบทเป็น ผู้เฒ่าเคราขาวลึกลับ)





ประวัติตัวละคร

ผู้เฒ่าปริศนาที่ปรากฏตัวพร้อมกับ เทพเซียนเจ้าวิทยายุทธ เขาสามารถมองเห็นถึงห้วงแห่งจิตที่หยั่งลึกที่สุดของ ซู และช่วยให้เขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงที่หลับไหลอยู่ด้านใน

ประวัตินักแสดง

กอร์ดอน ลิว ฝึกฝนในเรื่องศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่ยังเด็ก โดยในช่วงทศวรรษที่ 70 ถึง 80 เขามีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์กำลังภายในของ ชอว์ บราเดอร์ จำนวนมาก โดยเขาเป็นทั้งนักแสดง, ผู้กำกับ, ผู้อำนวยการสร้าง โดยในช่วงหลังเขาก็ยังรับบทในละครโทรทัศน์อีกด้วย

กอร์ดอน ลิว กลับมาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เมื่อได้รับโอกาสจาก เควนติน ทารันติโน่ ในภาพยนตร์เรื่อง Kill Bill โดยในภาคแรกนั้นเขารับบทเป็นหัวหน้าแก๊งค์ Crazy 88 ก่อนที่ภาคสองเขาจะรับบทเป็นอาจารย์ของ เดอะ ไบร์ด และ บิล

เกาเสี่ยวตง (รับบทเป็น หม่าชิงเฟิง)






ประวัติตัวละคร

เขาคือสหายร่วมรบในกองทัพของ ซู และนับถือ ซู เหมือนดั่งฮีโร่ในดวงใจ เขาเป็นคนผู้ผดุงความยุติธรรมและรักชาติ และพร้อมที่จะลุกต่อสู้ช่วยเหลือผู้อ่อนแอ

ประวัตินักแสดง

เขาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันภาพยนตร์ในกรุงปักกิ่ง เกาเสี่ยวตง เป็นที่รู้จักในจีนแผ่นดินใหญ่ ในบทบาททางละครโทรทัศน์มากมายในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ แต่เขาเริ่มที่จะก้าวเข้ามาในโลกของหนังแอ็คชั่น เมื่อร่วมมือกับผู้กำกับชื่อดัง ปีเตอร์ ชาน ในเรื่อง Warlords “สามอหังการ์ จ้าวสุริยา” และ เฉินเสี่ยวตง ใน An Empress and the Warriors “จอมใจบัลลังก์เลือด” โดยล่าสุดเขาก็รับบทในหนังเรื่อง Missing ของผู้กำกับ ฉีเคอะ


หยวนหวู่ปิง (ผู้กำกับ / ผู้ออกแบบคิวบู๊)



ว่ากันว่า หยวนหวู่ปิง คือผู้กำกับคิวบู๊อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน เขาฝึกฝนกังฟูตั้งแต่เด็กภายใต้การดูแลของคุณพ่อ ซึ่งเป็นนักแสดงที่เป็นที่ยอมรับในวงการหนังแอ็คชั่น จนทศวรรษ 60 เขาย้ายไปฮ่องกงและสั่งสมประสบการณ์ด้วยการเป็นสตันท์แมน ผลงานเรื่องแรกของเขาในการกำกับคิวบู๊คือ Mad Killer (1971) หลังจากนั้นเขาก็ได้ก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นมา และมุ่งหน้าสู่การสร้างหนังแอ็คชั่นสุดคลาสสิกในเวลาต่อมา

ปี 1978 หยวน กำกับหนังเรื่องแรก Snake in the Eagle's Shadow “ไอ้หนุ่มพันมือ” โดยเป็นหนังที่ให้กำเนิด เฉินหลง แอ็คชั่นสตาร์แถวหน้าคนหนึ่งของโลก ภาพยนตร์เรื่องที่สองคือ Drunken Master “ไอ้หนุ่มหมัดเมา" ที่นำแสดงโดย เฉินหลง โดยทั้งสองเรื่องก็ถือเป็นตัวแทนของวงการหนังแอ็คชั่นจีนในช่วงทศวรรษที่ 70

ต่อมาในปี 1984 หยวน ได้กำกับหนังกังฟูอีกเรื่องชื่อ Drunken Tai Chi ซึ่งทำให้ค้นพบแอ็คชั่นสตาร์ประดับวงการอีกดวงอย่าง ดอนนี่ เยน ก่อนที่ เยน จะปรากฏตัวในหนังของ หยวนหวู่ปิง อีก เช่น Iron Monkey “มังกรเหล็กตัน” หนังกำลังภายเรื่องยิ่งใหญ่ ที่ผู้กำกับ เควนติน ทารันทิโน่ ยกย่องและเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในตลาดหนังอเมริกา ต่อมาเขาได้กำกับหนังแอ็คชั่น-ดราม่า เรื่อง In the Line of Duty 4 นำแสดงโดย มิเชล โหยว

ในไม่ช้าชื่อเสียงของ หยวนหวู่ปิง ก็ได้รับความสนใจจากฮอลลิวู้ด โดยผลงานของเขา Fist of Legend “ไอ้หนุ่มซินตึ้ง” ทำให้ สองพี่น้องวาโชสกี้ เชิญชวนเขาออกแบบฉากต่อสู้ให้กับ The Matrix (1999) ซึ่งจากความสำเร็จอย่างท่วมท้นก็ทำให้ หยวน ติดลม และรับหน้าที่กำกับคิวบู๊ให้กับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Crouching Tiger Hidden Dragon (2000) และ Kill Bill Vol. 1 and 2 ของ เควนติน ทารันติโน่ รวมถึง The Forbidden Kingdom นำแสดงโดย หลี่เหลียงเจี๋ย และ เฉินหลง

ภาพยนตร์เรื่อง True Legend ถือเป็นโปรเจ็คในฝันของ หยวนหวู่ปิง และทำให้เขาตัดสินใจกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ เป็นครั้งแรก หลังจากที่เขากำกับหนังเรื่องสุดท้ายในปี 1996 Iron Monkey 2 “มังกรเหล็กตัน ภาค 2”


True Legend Trailer


http://www.youtube.com/watch?v=eDrkh8iya5A
ddd
ได้เวลามอบโชคกันแล้วครับ thumbsup.gif
จากผู้ร่วมสนุกทั้งหมด 16 ท่าน ... รายชื่อครบถ้วนนะ


ออกเดินทางไปหาแขกคนพิเศษ ที่จะมามอบโชคกันเลย


ถึงแล้ว ที่นี่แหละ ... เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ


ลงไปที่ชั้นใต้ดิน ... นั่นไง มายืนรออยู่หน้าร้านเลย ... โอ๊ะ โอ๊ะ เดี๋ยวต้องเข้าไปใกล้ๆ กว่านี้


นี่ไงครับ แขกคนพิเศษที่จะมามอบโชค ... ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือน้องแสง แห่งบูมเมอแรง ขวัญใจชาว Thaidvd นั่นเอง ... ฮิ้ววววว


น้องพรสุดหล่อ มาร่วมเป็นสักขีพยาน ... น้องแสงจะจับรายชื่อแล้วนะคะ ... (พี่คะ ไม่ลงทุนเลยนะคะ เอาชื่อใส่ถุงอะไรมาให้หนูจับเนี่ย...) ส่วนน้องเก๋ กำลังดูลูกค้าอยู่จ้า


และแล้ว ... ผู้โชคดี ได้แก่ .......... แต่น แตน แต๊น


ชื่อผู้โชคดีนะคะ คุณว่างจัง ... ไม่ใช่พวกเราบ่นว่า ว่างจัง นะคะ ... เดี๋ยวซวย


ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ... ติดต่อหลังไมค์เลยค่ะคุณว่างจัง ... (ติดต่อผมนะครับ ไม่ใช่น้องเค้านะ 55)


อ่ะ พวกเราขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ... ถ้าพวกพี่ๆ มีโอกาสก็แวะมาอุดหนุนได้ที่บูมเมอแรง สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ... น้องเก๋ น้องพร น้องแสง ยินดีต้อนรับจ้า


ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมสนุกกัน และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับน้องที่น่ารักทั้ง 3 ท่านมากนะครับ ที่ให้เกียรติมาจับรางวัลในครั้งนี้

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ทุกท่านคร้าบ

ปล. น้องแสงไม่ให้บอกว่าจะอยู่ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะ แล้วจะลาไปทำธุรกิจส่วนตัว ... อุ๊บส์

thumbdown.gif
เด็ก ญ.ร.ส
สาขาแจ้งวัฒนะ พนักงานน่ารักทั้งร้านเลย บริการก็ดีชอบๆๆๆ thumbups.gif
llUJO
เข้ามาชมน้องแสงโดยเฉพาะ ว่างๆมาเยี่ยมสาขาเซ็นทรัลบางนามั้งนะ อิๆ heart.gif
a01
QUOTE(tiger08 @ Feb 4 2010, 08:00 PM) *
QUOTE(shotaro @ Feb 4 2010, 10:54 AM) *
QUOTE(สีทอง @ Jan 15 2010, 11:15 AM) *
QUOTE(ANDY2008 @ Jan 12 2010, 12:00 PM) *
QUOTE(ANDY2008 @ Jan 8 2010, 07:31 PM) *
QUOTE(ddd @ Jan 4 2010, 11:35 AM) *
PIF (All of a Sudden - เฉพาะกิจ)

K.krung ---> K.ddd ---> K.ANDY2008 ----> K.สีทอง ----> K.บักเจิด ณ แอนฟิล ----> K.shotaro ----> K.a01 ----> K.bebob ----> K.tiger08 ----> K.maric

และเพิ่มพิเศษอีกเรื่อง โดยท่านพี่ krung คนเดิม ... The Fruit Is Swelling (ผู้หญิงกินอร่อยรัก)

พรุ่งนี้จะเดินทางไปหาคุณ ANDY2008 นะครับ

thumbdown.gif


ได้รับหนังแล้วนะครับท่านสีทองคิวต่อไปนะครับ........ thumbups.gif



ส่งให้คุณสีทองแล้วนะครับ...... thumbups.gif


ส่งให้คุณ บักเจิดแล้วนะครับ (ขอบอกว่าชอบตัวหนังมาก) thumbups.gif thumbups.gif


Update ข่าวนิดนึง

วันนี้ได้รับแผ่นจากคุณบักเจิดฯ แล้วคร๊าบบบ thumbsup.gif

เด่วจะทำการติดต่อ K.a01 ต่อไป

(ว่าแต่แผ่น Master ออกมาใหม่แล้ว จะยังอยากได้กันอยู่มั้ยเนี่ยะ ผมก็สอยมาแล้วเหมือนกัน thumbups.gif )


ผมขอผ่านครับ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณท่านkrung ที่มีน้ำใจ และท่านอื่นๆ ด้วย

ได้รับแผ่นจากคุณ Shotaro แล้วนะครับ รบกวนคุณ bebob ส่งที่อยู่มาให้ทาง PM ด้วยครับ
โอจุนฮา
QUOTE(ddd @ Feb 15 2010, 03:21 PM) *
นี่ไงครับ แขกคนพิเศษที่จะมามอบโชค ... ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือน้องแสง แห่งบูมเมอแรง ขวัญใจชาว Thaidvd นั่นเอง ... ฮิ้ววววว




ไม่ได้รางวัลไม่เป็นไร ได้เห็นหน้าคนจับรางวัลก็พึงพอใจแล้ว sleep.gif

ยินดีกับคุณ ว่างจัง ด้วยนะครับ

ขอบคุณ คุณddd ที่หากิจกรรมดีดี มาให้ร่วมสนุก แถมยังเก็บภาพสวยๆมาฝากอีกต่างหาก heart.gif
omega doom
ขอแสดงยินดีกับคุณ ว่างจังด้วยครับ... thumbsup.gif
ddd
QUOTE(bebob @ Feb 13 2010, 03:31 PM) *
ท่านใดพอมีประวัติของจางเจียฮุยบ้างครับ รบกวนช่วยมาแชรืหน่อย ผมเห็นเขาเล่นตั้งแต่สมัย ATV, TVB โน่นแล้ว แต่ก่อนก้อเป็นบทเล็กๆ แล้วก้อเริ่มมีบทนำบ้าง สมัยทีวียังเล่นไม่เด่นเท่าที่ควร แต่พอมาเล่นหนังใหญ่มากเข้าก้อเริ่มฝีมือดีมาเรื่อยๆ
เห็นเล่นหนังของ johnny to หลายเรื่องเหมือนกันเช่น breaking news, exiled มาพีคก็ตอนที่ได้รางวัลนำชายจาก beast stalker นี่แหละครับ


จางเจียฮุย เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1967 ที่ฮ่องกง ... เริ่มทำงานเมื่อตอนวัยรุ่นโดยเป็นตำรวจฮ่องกงอยู่ 5 ปี และเข้าสู่วงการภาพยนตร์โดยเรื่องแรก รับบทเป็นตัวประกอบ และเป็นตำรวจอยู่ในโรงพักจากเรื่อง ...

News Attack (เจาะกึ๋นเจ้าพ่อ) ในปี 1989 และมาฉายในไทยปี 2533 และเรื่องต่อมา ได้มาเล่นหนังเกี่ยวกับตำรวจอีก เป็นหนังที่อำนวยการการสร้างและนำแสดงโดย หลี่ซิ่วเสียน
โดยจางเจียฮุย รับบทเป็นนักเรียนตำรวจในเรื่อง Thank You, Sir ... ปีต่อมา รับบทเล็กๆ ในหนังของหลี่ซิ่วเสียนอีก 2 เรื่อง คือเรื่อง It Takes Two To Mingle (แตกแถวแล้วต้องใหญ่)
และอีกเรื่องคือ Unmatchable Match (คนเล็กตัดใหญ่) และในเรื่องนี้ จางเจียฮุยยังได้หน้าที่เพิ่มอีก 1 หน้าที่คือเป็น Script Supervisor ด้วย


จนปลายปี 1990 หลี่ซิ่วเสียนอำนวยการสร้างและนำแสดงหนังเกี่ยวกับ วัยรุ่นที่กำลังห้าวได้ที่ ใน Against All (ขอบ้าเกินอายุ 16) และได้ให้จางเจียฮุยมารับบทเด่น เป็นหลานตัวแสบของเค้า
ทำให้เค้าเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และหนังเรื่องนี้ยังเป็นการกำกับเป็นเรื่องแรกของ Andrew Lau ผู้กำกับชื่อดังในวันนี้ด้วยครับ (มาถ่ายที่เมืองไทยด้วยครับเรื่องนี้)


ในปี 1991 มีหนังเล่นอีก 1 เรื่องที่อำนวยการสร้างและนำแสดงโดยหลี่ซิ่วเสียนเจ้าเก่า Red Shield (ล่าตัวแสบทะลุแผ่นดินใหญ่) และเริ่มเล่นหนังชุดทางทีวี โดยเข้าสังกัด ATV ในเรื่อง Pride Knows No Love


ปี 1992 ได้บทเล็กๆ ในหนังของหลิวเต๋อหัว What A Hero! (คนอย่างข้ามีคนเดียวในโลก) และทางด้านทีวี ATV นำเอาเรื่องราวของบรู๊ซ ลี มาสร้าง และให้จางเจียฮุยมารับบทเป็นเพื่อนสนิทสุดกวนของบรู๊ซ ลี
ใน Spirit Of The Dragon (เห็นมีขายด้วยครับ ของ MV) โดยผู้ที่มารับบทเป็นบรู๊ซ ลีคือ อู๋ต้าเหว่ย และหลิวเจียเหลียงมารับบทพ่อของบรู๊ซ ลี ... จากนั้นก็มีทั้งหนังใหญ่และหนังทีวีเล่นมาเรื่อยๆ แต่ไม่มีอะไรโดดเด่น


ปี 1997 ได้เปลี่ยนจาก ATV มาอยู่ TVB โดยมีเรื่องที่ดังๆ อยู่หลายเรื่อง เช่น ศึกรักศึกชิงกุ๊กเทวดา , นาทีชีวิตนาทีวิกฤต และ เลือดรักเลือดทรนง


ปี 1998 ได้เวลาดังจริงๆ กับเค้าซักที ... ประกบหลิวเต๋อหัวแบบเต็มๆ แถมยังขโมยซีนเฮียหลิวได้ทุกฉากที่ปรากฎตัวใน The Conman (เจาะเหลี่ยมคน)


ยังไม่พอ ปี 1999 ได้ประกบและขโมยซีนเฮียหลิวต่ออีกใน Prince Charming (ไอ้หนุ่มผมฟู) และ The Conmen In Vegas (เจาะเหลี่ยมคน 2 ตอนถล่มลาสเวกัส)
และยังไปแข่งรัศมีความฮากับเฮียโจวซิงฉือใน The Tricky Master (คนเล็กตัดห้าเอ)


ปี 2000 ได้ประกบหลิวเต๋อหัวและเจิ้งอี้เจี้ยน แถมยังเป็นบทที่เด่นกว่า 2 คนนั้นซะอีกใน The Duel (พายุดาบดวลสะท้านฟ้า)


ถึงช่วงนี้ หนังจีนกำลังอยู่ในช่วงขาลง งานที่มีในช่วงนี้ก็เรียกว่า กะโหลกกะลาไปเรื่อยครับ คัดมาให้ดูเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเซียนพนัน


จนมาปี 2004 ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เพราะได้ร่วมงานกับผู้กำกับบ้าพลัง ตู้ฉีฟง มารับบทตำรวจจอมอึด ที่ตามกัดคนร้ายแบบไม่ปล่อยให้หยุดหายใจใน Breaking News (ปล้นถึงลูกถึงคน)


ปี 2005-2006 ถือว่าเป็นปีที่มีแต่งานคุณภาพ เพราะได้ร่วมงานกับตู้ฉีฟง อีกหลายครั้งใน Election ภาค 1+2 (ขึ้นทำเนียบเลือกเจ้าพ่อ) และหนังแอ็คชั่นสุดแนว Exiled (โหดกระหน่ำมังกร)
และจากเรื่อง Election 2 นี่เอง จางเจียฮุยมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากฮ่องกงฟิล์มครั้งที่ 26 แต่ยังไม่ได้รางวัล


ปี 2008 มีงานติดกัน 2 เรื่องซ้อน Connected (โฟนอินมรณะ) และ Beast Stalker (ล่าระห่ำคนเฉือนคม) และในเรื่องหลังนี่เอง ทำให้เค้ากวาดรางวัลนักแสดงนำชายมาเพียบ
Hong Kong Film Critics Society Awards , Golden Horse Film Festival , Hong Kong Film Awards และได้เข้าชิงสาขานักแสดงสมทบชายใน Asian Film Awards อีกด้วย


งานของปี 2009 มี 2 เรื่อง Red River (เรื่องนี้มีหลี่ลี่เจินในวัย 40 ปี กลับคืนสู่วงการด้วยครับ) และ To Live And Die In Mongkok ... ยังสงสัยอยู่ว่าบ้านเราจะมีโอกาสได้ดูมั๊ยนะ


ปี 2010 นี้ก็ยังมีงานต่อเนื่องอีก เท่าที่เผยแพร่ออกมาแล้วตอนนี้มี 2 เรื่อง Tung Chap Faan ทีมนักแสดงชั้นเยี่ยมอีกแล้วครับเรื่องนี้ หลิวชิงหวิน , อู๋เจิ้นอี้ , หวงซิวเซิง กำกับโดยดันเต้ แลม
และอีกเรื่อง เห็นว่าเป็นภาค 2 ของ Beast Stalker ไม่รู้จะใช้ชื่อไหนกันแน่ Beast Stalker 2: Informant หรือ Informer หรือ Stool Pigeon กำกับโดยดันเต้ แลมเจ้าเก่า


ปัจจุบัน จางเจียฮุยแต่งงานกับดาราสาว Esther Kwan และมีลูกสาว 1 คนครับ



thumbdown.gif
กะเปี๊ยก2008
ขอแสดงความยินดีกับคุณ ว่างจัง ด้วยนะครับ thumbsup.gif

ส่วนท่านพีี่ ddd ก็ข้อมูลเพียบเหมือนเดิม เยี่ยมครับ
อ่านไปเจอ ขอบ้าเกินอายุ 16 เรื่องนี้ยังพอหาแผ่นมาดูได้มั๊งมั๊ยครับ
สีทอง
นำประวัติโจวไห่เม่ยมาลงให้อ่านกัน




โจวไห่เม่ย (周海媚) เคยเป็นดาราสาวที่โด่งดังมากเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ปัจจุบันเธออายุย่างเข้าปีที่ 41 แล้วแต่ว่าก็ยังคงความสวยไว้ไม่สร่าง

โจวไห่เม่ย หรือ Kathy Chau (Kathy Chow) เกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ.1966 เธอเริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวดนางงามฮ่องกงในปี 1985 ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่ง บวกกับหน้าตามที่สวยหวาน ทำให้โจวไห่เม่ย เข้าสู่รอบ 30 คนสุดท้ายอย่างง่ายดาย แต่ด้วยความที่เธออายุแค่ 18 ปีในตอนนั้น จึงยังไร้เดียงสา ตอบคำถามไม่โดนใจกรรมการ จึงทำให้ชวดมงกุฎนางงามในปีนั้น

อย่างไรก็ตาม มีข่าวอีกกระแสหนึ่งที่ระบุว่า สถานีโทรทัศน์ทีวีบีได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับโจวไห่เม่ยแล้ว และเพราะกลัวว่าโจวไห่เม่ย ได้รางวัลแล้วจะเล่นตัว จึงได้แอบวางแผนเด็ดมงกุฎนางงามในครั้งนี้

หลังจากที่โจวไห่เม่ย ได้เข้าอบรมคอร์สการแสดงของทีวีบีแล้ว ในปีเดียวกันเธอก็มีโอกาสได้ถ่ายทำละครเรื่องแรกในชีวิต “ขุนศึกตระกูลหยาง” รับบทเป็น “หยางจิ่วเม่ย” แต่เรื่องที่ถือได้ว่าแจ้งเกิดให้แก่เธอบนเส้นทางบันเทิงอย่างแท้จริงก็คือเรื่อง “The Feud of Two Brothers” เมื่อปี 1986 ที่แสดงกับ วั่นจือเหลียง และเจิ้งอี้ว์หลิง ด้วยความโด่งดังจากเรื่องนี้เองส่งให้เธอขึ้นแท่นนางเอกดาวรุ่งของทีวีบี

งานละครของโจวไห่เม่ยมีให้เห็นไม่ขาด อย่างเรื่อง "ชื่อเจี่ยวเซินซื่อ" 《赤脚绅士》 ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลนางเอกยอดเยี่ยมของทีวีบีประจำปีนั้น และชื่อเสียงของเธอดังเปรี้ยงสุดๆ เมื่อตอนที่เล่นเรื่อง “คู่แค้นสายโลหิต” ในปี 1989 กับหวงยื่อหัว และ เวินเจ้าหลุน ซึ่งทำเรทติ้งสูงทำลายสถิติละครในฮ่องกง และยังได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งในไทยก็ดังเอามากๆ ในระหว่างที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้เอง มีข่าวว่า โจวไห่เม่ย ได้สาบานเป็นพี่น้องกับ หวงยื่อหัว และ เวินเจ้าหลุนด้วย เนื่องจาก โจวไห่เม่ย เคารพพี่ใหญ่ หวงยื่อหัว อย่างมาก เวลาที่พบกับเรื่องยุ่งยากลำบากใจก็จะโทรศัพท์ไปปรึกษาเขา

ด้าน หลิวเจียหลิง ที่แสดงเป็นนางเอกของเรื่อง หลังจากถ่ายทำจบก็ตัดสินใจไปบุกเบิกวงการจอเงินแทน ทำให้โจวไห่เม่ย ได้เลื่อนขั้นเป็นนางเอกคิวทองของทีวีบีอย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนหวงยื่อหัว ที่เคยโด่งดังจากบทบาท “ก๊วยเจ๋ง” ในมังกรหยก ก็ถือว่ากลับมาทวงชื่อเสียงได้อย่างสง่างาม

ต่อมาในปี 1990 โจวไห่เม่ย ร่วมแสดงในละครฟอร์มยักษ์ของทีวีบีเรื่อง “เซี่ยวอ้าวจ้ายหมิงเทียน” 《笑傲在明天》 ปีต่อมาตอกย้ำกระแสความดังกับละครเรื่อง "เพื่อนรักเพื่อนแค้น" โดยเรื่องนี้เธอได้ร่วมแสดงกับ หลีหมิง เวินเจ้าหลุน และ เส้าเหม่ยฉี ตามด้วยละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ฤทธิ์กระบี่ฟ้าคำรณ” คู่กับ กวนหลี่เจี๋ย โดยในช่วงตั้งแต่ปี 1990-1993 เธอได้รับการโหวตจากแฟนละครให้เป็นดาราสาวยอดนิยมของฮ่องกงติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ถือเป็นช่วงที่รุ่งที่สุดของสาวคนนี้ก็ว่าได้ และในช่วงนี้เองเธอก็มีข่าวว่ากุ๊กกิ๊กอยู่กับหลีหมิงด้วย

ในปี 1992 ฉีเคอะ ผู้กำกับชื่อดังเตรียมเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “ตงฟางปู้ป้าย” และคิดจะทาบทามโจวไห่เม่ยมาร่วมแสดง แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นโจวไห่เม่ยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียก่อนจึงไม่ได้ร่วมงานกัน อย่างไรก็ตาม ปีเดียวกันทางสถานีโทรทัศน์ฟากไต้หวันเตรียมฉลองครบรอบก่อตั้งสถานี จึงได้ให้ผู้กำกับมือทอง “หยางเพ่ยเพ่ย” รับหน้าที่กำกับละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ม่อไต้หวงซุน” และได้ทาบทาม โจวไห่เม่ย และ หวงยื่อหัว มาประกบคู่กัน ซึ่งเรทติ้งก็สูงมากในไต้หวัน ทำให้โจวไห่เม่ยได้รับการโหวตให้เป็นสาวในฝันของชาวไต้หวัน

หลังจากคลุกคลีวงการจอแก้วอยู่นาน ในที่สุดโจวไห่เม่ยก็ได้โอกาสมารับงานภาพยนตร์บ้าง แต่แม้ว่าจะแสดงหนังอยู่หลายเรื่องก็ตาม แต่ฟิตแบคก็งั้นๆ ไม่หวือหวาอย่างที่คิด อย่างไรก็ตามการที่โจวไห่เม่ยพลิกบทบาทมาเล่นร้ายในภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง "Fight Back To School 3" ในปี 1993 ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ชมมิใช่น้อย ซึ่งจากเรื่องนี้เอง ก็ทำให้โจวไห่เม่ยมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงคาแรคเตอร์ ในผลงานเรื่องต่อๆ มา









ที่โดดเด่นสุดๆ เห็นจะเป็นการมารับบท “โจวจื่อรั่ว” ในละครฟอร์มยักษ์ของไต้หวันเรื่อง “กระบี่ฟ้าดาบมังกร” ในปี 1993 ทำให้ชื่อเสียงของโจวไห่เม่ยกลับมาโด่งดังอีกครั้ง

ปี 1995 โจวไห่เม่ย เริ่มกระโดดเข้ามาชิมลางงานเพลง โดยได้หวงกั๋วหลุน โปรดิวเซอร์ชื่อดังของไต้หวันมาทำอัลบั้มเพลงจีนกลางชุดแรกในชีวิตให้กับเธอ ชื่อว่า "ยื่อชูอ้ายฉิง" (日出爱情) นับเป็นการแจ้งเกิดในวงการเพลงที่สวยงามทีเดียว เพราะนอกจากขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเอาชนะอัลบั้มของอดีตจตุรเทพหนุ่ม จางเสียว์โหย่ว และ เฉินซูหัว ราชินีเพลงไต้หวันไปได้แล้ว เพลงโปรโมทที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มก็ขึ้น ท็อบชาร์จ ด้วย

แต่ก็เป็นเพราะว่าออกอัลบั้มเพลงนี่เอง ที่ทำให้โจวไห่เม่ยผิดใจกับหยางเพ่ยเพ่ย ซึ่งเดิมทีกะวางตัวให้สาวเจ้ารับบทนำใน “ซินหลงเหมินเค่อจั้น” 《新龙门客栈》 ก็เปลี่ยนให้เฉินหงแสดงแทน และก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในช่วงที่เธอกำลังไปได้สวยกับงานเพลงนั้น ค่ายเพลง หัวซิง ที่เธอสังกัดอยู่ก็ดันมาประสบปัญหาจำต้องปิดตัวไป ทำให้งานเพลงเธอหยุดชะงัก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจกลับไปซบอกทีวีบีอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับโอกาสให้แสดงบทนางเอกอีก

ในปี 1996 โจวไห่เม่ยได้รับบทนำในละครเรื่อง “อาถรรพณ์รักวิญญาณสาว” แสดงคู่กับหลินเจียต้ง เรื่องนี้เองทั้งสองคนได้รับการโหวตให้เป็นคู่รักในจอยอดนิยมแห่งปี อีกทั้งโจวไห่เม่ยยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย

คนจะดวงดีอะไรก็ฉุดไม่อยู่ ในปี 1997 โจวไห่เม่ย ได้ถ่ายโฆษณามือถือกับมาซาโตชิ นางาเสะ ดาราภาพยนตร์ชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวสร้างกระแสตอบรับดีมากๆ ตอนที่ฉายที่ญี่ปุ่น สถานีโทรทัศน์รับโทรศัพท์จากผู้ชมทางบ้านเยอะมาก ส่วนใหญ่โทรมาถามว่านางเอกโฆษณาเป็นใคร นี่จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางให้โจวไห่เม่ยเข้าไปเจาะตลาดญี่ปุ่นต่อ

ที่นี่เธอได้เซ็นสัญญากับผู้จัดการส่วนตัวชาวญี่ปุ่น อีกทั้งมีการนำเข้าผลงานของเธอทั้งงานเพลง และมิวสิควิดีโอเข้ามาเผยแพร่ ขณะที่บริษัทมือถือก็ต่อสัญญากับเธอ และออกโฆษณาชุดที่ 2 และ 3 ตามออกมา แถมเธอยังได้ออกอัลบั้มภาพสุดหวือหวาและกลายเป็นดาราเซ็กซี่ไปในพริบตา รวมทั้งงานถ่ายแบบนิตยสารและโฆษณาต่างๆ นับว่าโจวไห่เม่ยโกยเงินเยนไปได้ไม่น้อยเลย

แต่มีได้ก็มีเสีย เพราะว่าเธอโฟกัสตลาดญี่ปุ่นมากเกินไป จนละเลยละครของทีวีบี ทำให้ในปี 1997 ทีวีบีตัดสินใจให้กัวอ่ายหมิงเป็นนางเอกเบอร์ 1 ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “เทียนตี้หาวฉิง” 《天地豪情》 และลดทอนบทของโจวไห่เม่ยลง โดยให้เธอตายตอนที่ 40

ในปี 1998 โจวไห่เม่ยตัดสินใจตีจากทีวีบี ช่วงนั้นเธอรับงานภาพยนตร์ฮ่องกง 4 เรื่องและญี่ปุ่นอีก 1 เรื่อง อีกทั้งยังกลายเป็นพรีเซนเตอร์ชาวเอเชียคนแรกให้แก่นาฬิกายี่ห้อดัง EBEL (คนที่ 2 คือ จางมั่นอี้ว์) สื่อฮ่องกงและไต้หวันถึงขนาดยกให้เธอเป็น “ชาลอน สโตนแห่งเอเชีย”

ในปีเดียวกันโจวไห่เม่ยได้เซ็นสัญญาเล่นหลังเรื่อง “จงเหิงซื่อไห่” 《纵横四海》 ของสถานีโทรทัศน์เอทีวี แต่คิดไม่ถึงว่าถ่ายทำไปได้แค่กลางเรื่อง โจวไห่เม่ย ก็เกิดป่วยกะทันหันจนผู้กำกับต้องเขียนบทให้เธอเสียชีวิตในเรื่อง อย่างไรก็ตาม เรทติ้งของละครเรื่องนี้สูงลิ่ว ช่วยให้เอทีวีสามารถชนะทีวีบีได้ครั้งแรกในรอบ 10 ปี

สำหรับข่าวคราวอาการป่วยของโจวไห่เม่ยนั้นถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งแรกในเว็บบล็อกของหยางกงหยู ดาราสาวที่ร่วมแสดงกับเธอในเรื่อง จงเหิงซื่อไห่ ด้วย เมื่อมีแฟนหนังของหยางกงหยูรายหนึ่ง เข้าไปโพสต์ในเว็บบล็อกว่า คุณแม่ของตนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus – SLE) ขณะที่หยังกงหยู โพสต์ตอบไปว่า เธอรู้สึกเห็นใจผู้ที่ป่วยโรคนี้มาก เพราะว่าเพื่อนร่วมงานของเธอคนหนึ่งก็ป่วยด้วยโรคดังกล่าว






“ฉันได้ยินชื่อโรคนี้ครั้งแรกในปี 98 ตอนนั้นฉันแสดงเรื่อง จงเหิงซื่อไห่ โจวไห่เม่ยเล่นเป็นพี่สาวของฉัน แต่จู่ๆ เธอก็ไม่มาทำงานอยู่พักหนึ่ง ต่อมาทุกคนถึงรู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคเอสแอลอี จนสุดท้ายบทของเธอหลายตอนต้องให้คนอื่นแสดงแทน”

หลังจากนั้นมางานการของโจวไห่เม่ยก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพของเธอ หลังๆ มาเธอเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา โจวไห่เม่ยรับงานแสดงปีละ 1-2 เรื่องเท่านั้น และแทบจะไม่ให้สัมภาษณ์สื่อและร่วมกิจกรรมบันเทิงเลย ช่วงเวลาที่ไม่แสดงละคร ก็จะอยู่บ้านต้นน้ำแกงกินฟังเพลง หรือไม่ก็ไปขึ้นเขากับเพื่อนๆ และไม่เที่ยวยุโรป ชีวิตที่มีสุขภาพดี และจิตใจที่ร่าเริงเบิกบาน ก็คือความลับอ่อนเยาว์ของเธอ

ปี 2005 โจวไห่เม่ยถ่ายทำเรื่อง “ป่าจิ่วเวิ่นชิงเทียน” 《把酒问青天》และ “ปาเจิ้นถู”《八阵图》ในแผ่นดินใหญ่ ขณะเดียวกันก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเอเย่นในแผ่นดินใหญ่ด้วย ปี 2006 โจวไห่เม่ยเริ่มออกโทรทัศน์ของแผ่นดินใหญ่บ่อยขึ้น และได้แสดงภาพยนตร์รวมทั้งละครหลายเรื่อง จนกระทั่วถึงตอนนี้เธอก็ยังคงทำงานในวงการบันเทิงอยู่

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้โจวไห่เม่ยได้ออกมาเปิดใจกับนักข่าวท้องถิ่นถึงข่าวลือต่างๆ พร้อมยอมรับว่า เธอเคยแอบไปแต่งงานที่สหรัฐฯ กับหลี่เหลียงเหว่ยจริง

โจวไห่เม่ยปรากฏตัวให้สัมภาษณ์ด้วยหน้าตาที่สดชื่นไม่เหมือนกับคนที่เป็นโรคร้ายเลย สำหรับข่าวลือเรื่องสุขภาพร่างกายของตนเอง โจวไห่เม่ยกล่าวว่า “ที่ผ่านมาฉันสุขภาพแข็งแรงดี แค่บางครั้งผิวหนังเกิดอาการแพ้ ทำให้มีจุดแดงๆ ขึ้น"

นอกจากข่าวลือเรื่องอุดมไปด้วยโรคภัยของเธอแล้ว ล่าสุดยังถูกปาปารัซซี่แอบถ่ายขณะกำลังดื่มกาแฟกับชายหนุ่มที่หน้าตาละม้ายคล้ายหลีหมิง ดารานักร้องชื่อดัง ที่เคยเป็นข่าวกับเธอด้วย

“ฉันไปดื่มกาแฟกับเพื่อน คุณจะเอาไปเขียนว่าฉันไปกับแฟน ฉันก็หมดปัญญาแล้ว แต่ฉันก็คงไม่เข็ดขยาดการไปดื่มกาแฟเพราะเรื่องนี้หรอก”

สำหรับเรื่องราวความรักของเธอแล้ว มีน้อยคนนักที่รู้ว่า โจวไห่เม่ยและหลี่เหลียงเหว่ยเคยแต่งงานอยู่กินกันในระยะเวลาอันสั้นมาก่อน






ปี 1989 เพราะเกรงว่าข่าวการแต่งงานจะลดความนิยมของแฟนๆ ลง โจวไห่เม่ยและหลี่เหลียงเหว่ยจึงตัดสินใจไปแต่งงานกันอย่างลับๆ ที่สหรัฐฯ ในตอนนั้นโจวไห่เม่ยเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทีวีบี “ฉันไม่มีประสบการณ์เรื่องความรักและการแต่งงานเลย พอมีชายหนุ่มอย่างหลี่เหลียงเหว่ยมาขอแต่งงาน มีหรือจะไม่ตอบตกลงไป” แต่ชีวิตรักก็ไม่ได้ชั่วฟ้าดินสลายอย่างที่คิด เพราะนิสัยเข้ากันไม่ได้ จึงต้องแยกทางกันไปในที่สุด พร้อมกันนี้เธอยังได้เปิดเผยว่าตอนนี้กำลังคบหาดูใจกับหนุ่มนอกวงการอยู่ แต่ยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน เพราะยังอยากทำงานอยู่
ddd
ใกล้จะฉายแล้วครับ สำหรับเรื่องนี้ ... เอาภาพมาให้ชม เรียกน้ำย่อยกันก่อนดีกว่า


Ip Man 2: Legend Of The Grandmaster


ซ้าย - เจิ้นจื่อตันในบทเดิม อาจารย์เยี่ยะย้ายถิ่นฐานมาเปิดโรงเรียนสอนกังฟูที่ฮ่องกง .......... ขวา - ฟั่นเส้าหวัง กลับมาภาคนี้ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นบทเดิมหรือเปล่า


ซ้าย - หงจินเป่า เจิ้งเจ๋อซือ เจ้าถิ่นเริ่มเขม่นผู้มาใหม่ .......... ขวา - ต้องมีพวกตัวแสบมาท้าทาย นึกว่าเจ้าบอล ภราดร แอบไปรับจ๊อบ


ซ้าย - เซียงไต้หลิง อุ้มท้องลูกอีกคนแล้ว .......... ขวา - หวงเสี่ยวหมิง จาก The Sniper ก่อนมาเป็นศิษย์ ต้องลองของกันก่อน


ซ้าย - รุ่นใหญ่ หงจินเป่า .......... ขวา - เยิ่นต๊ะหัว โทรมได้ใจ


ซ้าย - นั่นไง รุ่นใหญ่ขอลองของบ้างแล้ว ไท้เก็กปะทะหย่งชุน .......... ขวา - Darren Shahlavi


ซ้าย - คนขวามือสุด ยังจำกันได้มั๊ยครับ 1 ในแก๊งจอมโหด หลอเมิ่ง .......... ขวา - ไอ้หนูคนนี้หน้าคุ้นๆ กันมั๊ย ลูกศิษย์คนสำคัญของอาจารย์เยี่ยะเลยครับ มีชื่อภาษาอังกฤษว่าบรู๊ซ

thumbdown.gif
godfather22
ขอ ประวัติ โจว เหวิน ฟ่ะ หน่อยน้า DDD
platoo_27
QUOTE(omega doom @ Feb 16 2010, 01:16 PM) *
ขอแสดงยินดีกับคุณ ว่างจังด้วยครับ... thumbsup.gif

ยินดีด้วยคนนะครับ thumbsup.gif thumbsup.gif thumbsup.gif
chart2520


เป็นน้อง เป็นพี่ เป็นเพื่อน ร่วมสับ



หวงเฟยหง ภาค กระตุกเส้น



จิ้งจอกเงินพันหน้า

ใครมี 3 เรื่องนี้ บ้างครับ
chart2520


ลืม เรื่องนี้ด้วยครับ เพื่อนเอ๋ย ฟัดมันเถิด แล้วดีเอง
chart2520


มีใครเคยเห็น โลโก้ โกลเดน ฮาร์เวสต์ แบบนี้บ้างครับ ส่วนตัวไม่เคยนะครับ แปลกดี ท่าน ddd มีรายละเอียดบ้างไหมครับ
chart2520


เป๋ห่าวเป็นเจ้าพ่อ เคยมีเป็นDVDครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว
ANDY2008
QUOTE(chart2520 @ Feb 17 2010, 12:21 PM) *


ลืม เรื่องนี้ด้วยครับ เพื่อนเอ๋ย ฟัดมันเถิด แล้วดีเอง



เรื่องนี้อยากได้มากเหมือนกันคร้าบบบบบบบบบบบบ......... yes.gif
chart2520


เรื่องนี้ ฮาสุดๆ จนฝรั่งต้องนำคาแรกเตอร์ความซื่อ+โง่ของ 2 พระเอกไปสร้างเป็น

เรื่อง Dumb And Dumber ใครว่าเราแกล้งโง่ หือ ลืมบอกชื่อไปเลย หนังเรื่องนี้ชื่อ เข้าแก๊งค์ไหน หัวหน้าตายหมด
chart2520


หายไปนานครับ วันนี้เลยโพสต์เยอะหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ

สำหรับเรื่องนี้ อืม ลืมชื่อตอนฉายโรงไปแล้ว แต่เคยมีวีซีดีออกมาของอีวีเอส ชื่อ ถล่มย่ำ ถ้ำมังกร

หนังนำเข้ามาโดย นนทนันท์ บันเทิงแบบมีคุณภาพเจ้าเก่า
chart2520


เดี๋ยว แฟนเก่า สหมงคลฟิล์ม จะน้อยใจ แต่จำชื่อตอนเข้าโรงไม่ได้แล้วคร้าบ
lemonhead
เรื่อง "เผ็ด สวย ดุ ณ เป๋ไก๋"
ตอนนี้ยังเหลือให้ครอบครองไหมครับ?
เคยเจอตามกระบะลดราคาบิ๊กซี
ไม่ได้ซื้อ สักพัก...
เกลี้ยง!!!
ยูไนเต็ดเค้าไม่ทำแล้วเหรอ?
chart2520


ล่าตัวแสบ ทะลุแผ่นดินใหญ่



หนังเรื่องแรก ของไอ้หนุ่มสลาตัน หลินจื้ออิ่ง จะเฮ้วซะหน่อย อย่าหึ่ม จำได้ว่าเปิดรอบพิเศษ 5 โมงเย็น
ที่ รามา แจก วีดีโอ MV ของหลินจื้ออิ่ง สาวๆวัยรุ่นสมัยนั้น เต็มโรงเลยครับ สารภาพได้ว่ามาเป็นพัน เพราะที่นั่งมีประมาณ1200ครับผม
platoo_27
QUOTE(chart2520 @ Feb 17 2010, 12:48 PM) *


เรื่องนี้ ฮาสุดๆ จนฝรั่งต้องนำคาแรกเตอร์ความซื่อ+โง่ของ 2 พระเอกไปสร้างเป็น

เรื่อง Dumb And Dumber ใครว่าเราแกล้งโง่ หือ ลืมบอกชื่อไปเลย หนังเรื่องนี้ชื่อ เข้าแก๊งค์ไหน หัวหน้าตายหมด

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ..ที่จำได้แม่นๆก็ประโยคนี้เลยครับ "โอ้ มายก๊อด..พระเจ้าของฉัน"และตลกตรงที่ชื่อตัวละครยังกะคนไทย..ทั้งๆที่เป็นหนังจีน เช่น สมเส็จ(ไม่ถูกขออภัยครับ),ก๊กเฮง,เพ็ญพักต์...ว่าแล้วก็อยากให้มีคนเอามาทำขายในไทยนะครับ แต่คงหายาก เห็นว่าในเว็บขาดตลาดมานานแล้ว... thumbups.gif thumbups.gif
chart2520
QUOTE(lemonhead @ Feb 17 2010, 01:15 PM) *
เรื่อง "เผ็ด สวย ดุ ณ เป๋ไก๋"
ตอนนี้ยังเหลือให้ครอบครองไหมครับ?
เคยเจอตามกระบะลดราคาบิ๊กซี
ไม่ได้ซื้อ สักพัก...
เกลี้ยง!!!
ยูไนเต็ดเค้าไม่ทำแล้วเหรอ?

ผมมีเป็น วีซีดี ครับ อยากให้มีร้านที่ขายเฉพาะหนังจีนเก่าๆอย่างเดียว บ้างจังเลยครับ จะได้ไม่ต้องคอยมองหา
กะเปี๊ยก2008
QUOTE(chart2520 @ Feb 17 2010, 01:08 PM) *


เดี๋ยว แฟนเก่า สหมงคลฟิล์ม จะน้อยใจ แต่จำชื่อตอนเข้าโรงไม่ได้แล้วคร้าบ


เล็กไปหน่อย เห็นไม่ค่อยถนัด น่าจะเป็น ฉกมังกรฉิว หรือเปล่าครับ
ddd
QUOTE(กะเปี๊ยก2008 @ Feb 17 2010, 04:38 PM) *
QUOTE(chart2520 @ Feb 17 2010, 01:08 PM) *


เดี๋ยว แฟนเก่า สหมงคลฟิล์ม จะน้อยใจ แต่จำชื่อตอนเข้าโรงไม่ได้แล้วคร้าบ


เล็กไปหน่อย เห็นไม่ค่อยถนัด น่าจะเป็น ฉกมังกรฉิว หรือเปล่าครับ

คับฟ้าแล้วบ้าตลอด (Dragon From Russia) ... แซม ฮุย , จางมั่นอี้


ส่วนอีกเรื่อง The Raid ชื่อตอนฉายโรง ใหญ่ยังเรียกข้าว่าพ่อ ... ฉีเคอะกำกับ ... VCD ชื่อ ถล่มย่ำถ้ำมังกร (EVS) , ใหญ่ฟัดใหญ่ (LIONHEART)

เดี๋ยวค่ำๆ จะมาตอบคำถามชุดใหญ่ของท่าน chart2520 นะครับ ... ไม่ได้มาเยือนนานนิ ถามเพียบเลยท่าน 555

thumbdown.gif
clone
อยากทราบชื่อและประวัตินางเอก
เรื่องไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน ภาค 2 ครับ
ANDY2008
QUOTE(chart2520 @ Feb 17 2010, 12:34 PM) *


เป๋ห่าวเป็นเจ้าพ่อ เคยมีเป็นDVDครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้ไปไหนแล้ว


ผมก็เคยมีDVDแต่ตอนนี้ไปอยู่กับท่านพี่หมัดเมาของผมเรียบร้อยแล้วครับ... biggrin.gif
ANDY2008
รบกวนถามท่านพี่dddซักหน่อยว่าหนังหลิวเรื่องนี้ชื่อไทยว่าอะไรครับ... wacko.gif


The China White


ddd
QUOTE(ANDY2008 @ Feb 17 2010, 08:47 PM) *
รบกวนถามท่านพี่dddซักหน่อยว่าหนังหลิวเรื่องนี้ชื่อไทยว่าอะไรครับ... wacko.gif


The China White



หักเสือถึงเขี้ยว ไงครับ นี่เป็นอีกชื่อนึง ... ถ้าเป็นชื่อ The Deadly Sin จะไม่งงใช่มั๊ยครับ

หลิวเต๋อหัวกับว่านจื่อเหลียง เหมือนเป็นดารารับเชิญน่ะครับ ออกมาแป๊บๆ ประมาณรุ่นพ่อของพระเอก

thumbdown.gif
fish_dvd
QUOTE(clone @ Feb 17 2010, 05:43 PM) *
อยากทราบชื่อและประวัตินางเอก
เรื่องไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน ภาค 2 ครับ


ใช่ จูอิน รึเปล่าครับ heart.gif

ddd
ขอตอบคุณ chart2520 แบบรวดเดียวเลยนะครับ


เป็นน้อง เป็นพี่ เป็นเพื่อนร่วมสับ , หวงเฟยหง ภาคกระตุกเส้น , จิ้งจอกเงิน 1000 หน้า


ผมมีแบบม้วนวีดีโอครับ , หวงเฟยหง ภาคกระตุกเส้นไม่มีครับ มีแต่ตอน 2 หวงเฟยหง ใหญ่ต้องประกาศ
------------------------------

เพื่อนเอ๋ย ฟัดมันเถิดแล้วดีเอง ... ถ้าจำไม่ผิด เหมือนเคยมีออกมา แต่นานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้ว ชื่ออะไร กวนๆ กลิ้งๆ ฟัดๆ เนี่ยแหละ ... จำไม่ได้จริงๆ ครับ


ที่ผมมีเป็น VCD ของฮ่องกง ภาพก็ VCD ทั่วๆ ไป มีซับจีน+อังกฤษฝังอีกต่างหาก ... เรื่องนี้กว่าจะเจอ หาทั่วฮ่องกงเลยครับ
------------------------------

โลโก้ Golden Harvest แบบที่เห็นนี้ ต้องเล่าที่มาที่ไปนิดนึงครับ ขอสั้นๆ


หลังจาก Raymond Chow และ Leonard Ho ทำงานอยู่ที่ชอว์บราเดอร์ส มาเป็นเวลานาน จนคิดกันได้ว่า ไอ้เรา 2 คนก็จี๊ดพอตัว งั้นมาเปิดบริษัทกันเองเถอะ จึงออกจากชอว์ฯ
มาตั้งบริษัท Golden Harvest Production ในปี 1970 โดยมีผลงานเรื่องแรกคือ The Invincible Eight ในปี 1971

หนังได้หลอเหว่ย ผู้กำกับจากชอว์ฯ มากำกับให้ และยังได้หงจินเป่ามากำกับคิวบู๊และร่วมแสดง ... จากโปสเตอร์หนัง ลองดูที่โลโก้บริษัทครับ อ่ะ ขยายมาดู

แต่พอไปดูโลโก้ที่ใช้ตอนเข้าไตเติ้ลหนัง ออกมาเป็นแบบนี้ครับ

เริ่มที่ตัว G กับตัว H สีแดง แล้วเฟดออกไป ... ตามมาด้วย คำว่า Golden Harvest Ltd. Production และเปลี่ยนมาเป็นภาพสุดท้ายครับ ...
เนื่องจากคำว่า Harvest แปลได้ประมาณว่า การเก็บเกี่ยวข้าว ... ดูที่ Background ครับ จะเป็นภาพของทุ่งข้าวปลิวไสวไปมา
และสังเกตุให้ดี รูปแบบโลโก้มันคุ้นๆ ยังไงชอบกล ...

อ๋อ..... ก็ป๋าทั้ง 2 เคยอยู่กับชอว์ฯ มานานนี่นะ มันก็ต้องได้รับอิทธิพลมาบ้างแหละน่า 55

ต่อมาอีกปี มีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย โดยปรับ Background ให้เป็นทุ่งข้าวสีทองเหลืองอร่าม เพื่อที่จะได้เหมาะกับชื่อบริษัทหน่อย Golden Harvest

และลดกราฟฟิคลง โดยให้เอาโลโก้กับชื่อบริษัทมาไว้รวมกันในหน้าเดียวเลย

ช่วงปลายปี 1971 Golden Harvest เหมือนถูกหวยได้รางวัลใหญ่ เมื่อหลอเหว่ย กำกับบรู๊ซ ลีใน The Big Boss หรือไอ้หนุ่มซินตึ้ง ทำรายได้ถล่มทลาย โด่งดังจนฉุดไม่อยู่

ทำให้บริษัทเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของชอว์ฯ บริษัทยักษ์ใหญ่ไปในทันที ... และปี 1972 มีหนังของบรู๊ซ ลีออกมาต่อยอดความสำเร็จทันทีใน Fist Of Fury ไอ้หนุ่มซินตึ้งล้างแค้น

ดูที่โลโก้บริษัททางมุมซ้ายล่างครับ อ่ะ ขยายมาดูชัดๆ

เริ่มเข้าเค้าล่ะ ... ดูโลโก้ตอนเข้าไตเติ้ลหนังครับ

นั่น ชัดเลย ... โลโก้นี้ถือว่าเป็นโลโก้ที่ใหม่มากในยุคนั้น เพราะจะทำเป็นอนิเมชั่น เริ่มจากเส้นสีขาว ค่อยๆ ลากมาเรื่อยๆ จนเป็นตัว G และลากต่อไปจนเป็นตัว H
จากนั้น เส้นสีแดง ลากตัดตัวสีขาว จากตัว G ไปสุดตัว H และที่ปลายตัว H จะมีเส้นเล็กๆ ขีดขึ้นทีละเส้น พร้อมเสียงดนตรีรับจังหวะพอดี ... เป็นรูปต้นข้าวนั่นเองครับ
และตัวหนังสือภาษาจีน ก็ปาดออกจากโลโก้พร้อมกันทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมตัวหนังสือภาษาอังกฤษข้างล่าง Golden Harvest Presents

โลโก้นี้ใช้ตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปี 1978 แล้วก็มีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกรอบ ถือว่าเป็นโลโก้ที่ติดหูติดตามากครับ ขอไม่อธิบายแล้วกัน


โลโก้สุดคลาสสิคนี้ ใช้จนถึงปี 2002 ... จากนั้นก็มีการเปลี่ยนอีกรอบครับ

จะเป็นอนิเมชั่นมาทีละเส้น เริ่มจากเส้นใหญ่ซ้ายสุด เส้นเล็ก 2 เส้น และเส้นยาวตัด 2 เส้นเล็กไป จะมองว่าเป็น GH ก็ได้ ขึ้นบนพื้นดำ และพื้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเพลทสีทอง
และตัวหนังสือทั้งหมดก็เฟดมาพร้อมกัน ช่วงจบมีแสงไฟวิ่งไปมาแว๊บๆ ... เพลงก็คล้ายๆ ของเดิม แต่เอามาทำใหม่ ไม่เหมือนซะทีเดียว ... โดยส่วนตัว ผมว่าแบบเดิมเจ๋งกว่าครับ

อยากดูว่าเป็นอย่างไร ลองหาใน youtube ดูได้ครับ ... จบดีกว่าเรื่องโลโก้
------------------------------

ตอบไปแล้ว มาตอบอีกทีแล้วกันครับ ... เรื่องแรก คับฟ้าแล้วบ้าตลอด (The Dragon From Russia) สร้างจากการ์ตูนเรื่องดัง Crying Freeman น้ำตาเพชฌฆาต
เรื่องที่สอง ใหญ่ยังเรียกข้าว่าพ่อ (The Raid) ฉีเคอะสร้างและร่วมกำกับ กับเฉิงเสี่ยวตง

ก่อนจบ ขอแถมนิดหน่อยครับ


thumbdown.gif
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.