ไปเล่ามาที่ลองฟังแล้วกันนะครับ ใครเคยอ่านที่ผมเขียนเกี่ยวกับ Q ก็จะเป็น Stye นั้นนะครับ ถ้ามันยาวขี้เกียจอ่านก็ข้ามได้เลยครับ
วันนี้เข้าร้านไป ก็เหมือนเดิมครับ หาวันธรรมดาสักวัน ไม่เช้าไม่บ่าย เพื่อรถไม่ติด และก็คิดว่าคงไม่มีลูกค้าแย่งห้องผมฟังแน่ๆๆครับ วันนี้ก็คุณต้นไม้ครับ กับน้องที่คอยยกช่วยฟังด้วย พร้อมการแนะนำนิดหน่อย
ตัวที่ใช้ในการทดสอบนะครับ Onkyo 808 มีที่ปรับก็คงเป็น เปิด Double Bass On (ต้อง ใส่ว่ามี Sub นะครับถึงแม้จะไม่ได้ใช้ก็ตามไม่งั้นเปิดไม่ได้) ส่วนการฟังจะเปิด Pure Audio ส่วน Transporter ใช้ Musiland ตามลายเซนต์ และ ก็ Note Book Think-pad เป็น Source เพลง นะครับ
มาว่าตัวแรกที่ฟังเลยคือ
Polk Audio RTI A5 นะครับ เสียดายไม่มี A7

ต้องเท้าความนิดนึงก่อนนะครับว่า หลายๆๆท่านอาจจะถามว่า ไปฟังมาหลายๆๆลำโพงแล้วจะจำเนื้อเสียงได้เหรออะไรประมาณนี้ (ถ้าใครได้อ่านที่ผมเขียนกับลำโพงที่ได้ลอง ผมไปฟังมาครบเกือบทุกตัวแล้ว แต่ก็ยังขาด Monitor Audio ตัวเดียวครับ ในระดับราคาที่คิดว่าเหมาะแล้วกับ Onkyo ที่ผมมี) จริงแล้วตัวผมเองเวลาไปฟังเนื้อเสียงก็ไม่ได้จำแม่นขนาดนั้นหรอกครับ เพราะว่าพอกลับบ้านมาฟังกับลำโพงตัวเองมันก็จะลืมๆๆเนื้อเสียงลำโพงตัวอื่นๆๆไปด้วย เพราะฉะนั้นเวลาไปฟังลำโพงตัวไหน ผมจะคิดเสมอว่า ผมอยากได้เสียงแบบไหน เช่น ไปฟังลำโพง อังกฤษ เสียงแหลมเป็นลักษณะนี้ ปลีกย่อย เรื่องเสียงร้องกลาง ว่าไปลงกับลำโพงไหนให้เสียงเป็นแบบไหน Image เนื้อเสียงเป็นยังไง แล้วค่อยมาจบที่เบส (จริงแล้วไม่ค่อยสนใจมาก ทุกตัววางพื้นมันไม่หนีกันขนาดฟ้ากับเหว แต่กลายเป็นเอกลักษณ์ของลำโพงนั้นๆๆมากกว่า) แล้วต้องมีคำตอบในใจเสมอ ว่ามันใช้หรือเปล่าและมันได้เสียงที่เรายากได้จริงๆๆไหม ตัวไหนขาดอะไร ดีอะไร ก็จำไว้แค่นั้นพอครับ ไม่ใช่ก็ใจเย็นๆๆไว้ก่อน อย่าใจง่ายเพราะ Sale เชียร์เด็ดขาด เพราะท่านจะพลาดอะไรอีกหลายๆๆอย่าง (ซื้อลำโพงมันยาก ซื้อ AVR มันง่ายกว่าเยอะ)
ครั้งหน้าแน่นอน ประจันด้วย ลำโพง Polk กับ Monitor แน่นอนแล้วครับ ก่อนเสียตังค์ แต่จริงแล้วผมเหมาะกับ แนวเสียงอเมริกันมากกว่า เพราะไปฟังแนวอังกฤษ ที่ไร ยังไม่มีตัวไหนโดนครับ เพราะอะไร ก็อ่านกันต่อไปครับ
เอาละว่ากันมายืดยาว มาเข้าเรื่องกับ Polk ดีกว่า มาดูเรื่องรูปลักษณ์ก่อนแล้วกันนะครับ ด้วยระดับราคา สองหมื่นห้า กับ รูปลักษณ์ภายนอก ผมว่า น่าจะไม่มีลำโพงคู่ไหนในระดับราคาที่เท่ากัน กินตัวนี้ลงครับ งานเรียบร้อยสวย ความสูง ความหนา ของลำโพง ค่อนข้างที่จะสมราคามากๆๆครับ การออกแบบ Port เบส หน้าหลัง หรือ Port เสียงกลาง อันนี้ยกให้เลยครับ ว่าทำได้ดี (แล้วมันดียังไง ติดตามต่อไปครับ) พอรต์หลัง ก็ Bi-wire มาตราฐานทำมาดี ชุบทองทั้งหมด ตัว Tweeter ดูตามรูปเอาเองนะครับ ส่วน Mid-Bass ก็ขนาดตาม Spec 6 นิ้วครึ่ง ตัวนี้เป็น สองทางนะครับ (เป็นข้อเสีย ที่ทำให้อยากได้ ATI7 ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย เพราะอะไรก็ติดตามต่อไป)
วันนี้เพลงที่ทดสอบจะเป็น Stye บรรเลงสะส่วนใหญ่นะครับ ส่วนร้อง Audiophile ก็มีแจมบ้างนิดๆๆหน่อยพอรู้เนื้อเสียง เพราะไม่อยากคาดหวังกับลำโพงที่ไม่มี Mid เอง เอาแค่รู้ว่ามันตกไปที่ลำโพงอะไรมากกว่าแล้วเสียงเป็นไงก็พอครับ เพลงแรกที่ลองเป็น Calix Phoenix Grand Signature Track 7 For you นะครับ เป็นเพลงร้องทำนองโดนใจ ใครมีแผ่นไปฟังกันเองว่ารู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า เพลงนี้ที่ฟังเพราะว่าเป็นเพลงลอง Transporter ด้วยว่าเสียงออกไหม เพราะเพลงนี้เป็นเพลงอยากฟังมากกว่าลองครับ แผ่นเดียวกัน Track สุดท้ายนะครับ เป็นบรรเลงผสม ระหว่างตะวันตก และ ตะวันออกนะครับ (เป็นบรรเลงเพลงเดียวใน Album ที่ฟังเข้าหูสุด) ฟังปุ๊บ ถูกใจลำโพงตัวนี้ทันทีครับ พูดได้อย่างไม่อายเลยครับ จบแค่นี้ เฮ้อไม่ใช่

คือ หามาตั้งนานไอ้เสียงแหลมทอดแบบนี้ ที่ลำโพงอังกฤษที่ไปฟังมาไม่ให้สักตัว คือ แนวเสียงของ ลำโพงจะเป็นแหลมทอดชิ้นดนตรีครับ ไม่เด่นจะแจ้งก็จริง แต่เสียงมันไม่หายง่าย เหมือนลำโพงอังกฤษ คือ เรียกว่าทอดชัดออกเป็นชิ้นได้ แล้วยังได้ Image แนวกว้างอีกต่างหาก ทำให้มันกลายเป็นเด่นแนวแหลมทอดดนตรีที่ได้เลยสำหรับ Polk ครับ เรื่องเสียงเบส บอกได้คำเดียวว่าเหลือเอามากๆๆครับ ให้ทั้งความเป็นลูก และ ก็ยังแผ่ด้วย ก็อย่างที่บอกไงครับ เค๊าว่าท่อเบสดี โดยใช้เทคโนโลยี ของเค๊าเองที่หลัง Port เบสทำให้เสียงแผ่ได้กว้าง แล้วใช้ Port หน้าช่วยในการกระชับเสียงเบส ทำให้มันดูมีมิติดี ส่วน Port เสียงกลาง ผมว่ามันช่วยในด้านทำให้เสียงแหลมทอดออกมาอย่างเป็นแนวกว้าง ทั้งซ้ายขวาครับ ส่วนเสียงกลางผมว่า ไม่ดีเด่นออกมาตัดลำโพง Mid-Bass มากนัก แต่กลับไปกระจ่างกลับ Tweeter มากกว่า แต่ก็ไม่ถึงกับเสี้ยนเสียงออกจนไม่น่าฟังนะครับ บางคนอาจจะว่ากัดหูนิดหน่อย
เพลงต่อไปก็บรรเลงเหมือนกันครับ The Perfect Sound 2010 Track 2 นะครับ เพลงนี้เอาไว้จับเสียงกลาง ชิ้นดนตรี พร้อมเบส รวมถึง พวก แฉแสนว์ประมาณนี้ เนื่องจากบรรยากาศเพลงจะออกเป็นแนวอัดสด มีเสียงร้องของคนเล่นเบสนิดหน่อย ลำโพงไม่ดี เพลงนี้จะฟังแล้วมั่วไปเลยครับ Polk ก็ให้ได้ดีสำหรับเพลงนี้ ชัดมากกับเสียงเล็กๆๆน้อย เนื้อเบสเสียงสวยตาม Stye ครับ เสียงกลางชิ้นดนตรี เปียโน กับ Double เบส ที่ไล่ลูกนิ้ว ก็ละเอียดฟังชัด มิติ ของแสนว์ ก็ออกข้างได้ชัดเจน ก็ถือว่าสอบผ่านไปอีกเพลงครับ
เพลงนี้ก็บรรเลงอีกครับ เดี๋ยวเพลงร้องรอสักพักนะครับ HD Master -TIS Audio Genes Track 11 WARM BASS&TROPICAL ตามชื่อเพลงเลยนะครับ ทดสอบ เบส กับเครื่องเคาะต่างๆๆ โดยมี Piano เป็นตัวดำเนินเรื่อง ไม่เขียนแหละ ผมว่ามันก็สอบผ่านอีกเช่นเคย จริงแล้วก่อนหน้านี้ก็มี ฟัง Track อื่นๆๆแจม เหมือนกัน คุยกับพนักงานคุยกันไปกันมา ความเห็นพ้องกันว่า พี่น่าจะเสร็จ Polk นะ เห็นเปิดแต่ละเพลง แล้วก็บอกว่า ลำโพง Monitor พี่อย่าลองเลย ผมว่า เนื้อเสียงแหลมทอดมันไม่ใช่อย่างเพลงที่พี่เล่นแน่นอน ผมเลยบอกว่า เอา Paradigm มาเปรียบมวยเลยดีกว่า เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ก็รอสักพัก จนมาติดตั้งให้เสร็จ ผมลองด้วย Paradigm Monitor 7 ตัวที่เคยทำให้ผมติดใจ แล้วคิดว่าน่าจะจบ
มาว่าถึง Monitor 7 มั่งว่ามันเป็นยังไง เพื่อใครไม่เคยเห็น
PARADIGM : MONITOR7 V.6 
เรื่องรูปลักษณ์ สำหรับใครที่เคยได้สัมผัส บอกได้คำเดียวว่าแย่ที่สุดในบรรดา ลำโพงระดับสามหมื่นบาทครับ งานไม่เรียบร้อยขอบคม ตัวตู้รูปลักษณ์ ไม่สมราคาเอามากๆๆ ความกว้างไม่ได้เลยเป็นลำโพงแนว สี่เหลี่ยมไร้ความมีรสนิยมากๆๆ คือดูทื่อๆๆไปหมด Port มีสอง Port ด้านหลังนะครับ เป็น Port ท่อ ธรรมดา สำหรับ เสียงจาก กลาง-แหลม และ ท่อเบส
ผมฟังลำโพงนี้ย้อนเพลงบรรเลง สองเพลงนะครับ เพลงเดิมๆๆนั้นแหละครับ แล้วก็เพลงร้อง อีกเพลง เพื่อยืนยันเสียงกลางอีกที ผมจะพูดถึงเลยละกันว่าฟังแล้วเป็นยังไง เมื่อเทียบกับ Polk ลำโพง Monitor ตัวนี้ จะให้เสียงแหลมที่ทอดเหมือนกันครับ แต่คนละแบบกับ Polk จะเป็นแหลมทอดเครื่องดนตรีชัดเจนมากๆๆ ไหลไกลไม่แตกต่างจาก Polk แต่จะเป็นเสียงแหลมแนวตรงชัดเจน แต่ Polk ไม่ถึงกับชัดมากแต่ได้ Image โอบล้อมได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่นเสียง แฉ แสนว์ ตัว Monitor จะออกตรงๆๆชัดเจนเป็นแนว Y แต่ ถ้าเป็น Polk จะออกได้ไม่คมเด่นชัดเท่าแต่จะออกเป็นแนว X คือ ออกกว้าง ฟังชัดเจนไม่เด่นเกินหน้า เพราะมันต้องช่วยในเรื่องเสียงกลางด้วย ผิดกับ Monitor ที่มีเอกลักษณ์ ของลำโพงเสียงกลางเค๊า ตัวลำโพงขาวนั้นแหละ ที่ทำให้เสียงกลางแยกต่างหาก จากเสียงแหลมโดยสิ้นเชิง ทำให้ได้แหลมที่เป็นแหลมทอดดนตรีจริงจังๆๆได้ (นี้แหละที่บอกว่า เป็นข้อเสียงเปรียบที่ ATI5 ไม่มี Mid ของตัวเอง แต่ AIT7 จะเป็น สามทาง มี Mid ของตัวเอง) โดยที่เสียงกลางก็ยัง ใส นิ่มได้น้ำได้เนื้อครับ (คือใครมาฟังอะไรที่เน้นกลางใสทุ้มดี ผมว่า เสร็จ Paradigm หมดครับ เค๊าให้ได้ดีจริงๆๆ) มาว่าเรื่องเสียงเบส บ้าง แน่นอนครับ ด้วยขนาดลำโพง การออกแบบท่อ อันนี้เสร็จ Polk แบบจับไม่เห็นฝุ่นเลยครับ จากที่ว่า Paradigm เรื่องเสียงเบสก็ไม่แพ้ใคร แต่พอมาเจอ Polk บอกได้คำเดียวว่าจอดไม่ต้องแจวครับ โดยพอฟังแล้ว Paradigm ออกเป็นแนวกระแทก แต่ขาดเสียงแผ่ของเบสไปเลยครับ จริงแล้วมันก็มีนะแต่ไม่เด่นเท่า Polk ตัว Polk ให้ที่อิ่มกว่าทั้งความแผ่และความคงรูปของเสียงเบส ถึงอาจจะไม่เป็นลูกเท่า Paradigm ก็ตาม แต่ฟังแล้วผมว่า Polk มันมีดีกว่าค่อนข้างขาด (เรื่องเบสนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะบางคนก็อาจจะไม่ชอบเสียงเบสแบบนี้ แต่ผมชอบลักษณะ Polk)
มาถึงบทสรุปแล้วนะครับ คิดว่าคงตกลงปลงใจ กับ Polk Audio แต่คงเป็นรุ่น RTI A7 นะครับ ที่ต้องเล่นรุ่นนี้เพราะคิดว่ายังไงสะ เล่นกับ Onkyo ก็ควรจะมีลำโพง Mid ของตัวเองแยกต่างหาก จาก Tweeter ก็จะดีกว่าไม่มี เพราะมันเป็นที่ Onkyo เองที่ เสียงกลางร้องจะออกแนวสด ต้องหาลำโพงร้องให้มันไม่ไปกวนลำโพง Tweeter มากนัก ความชัดเจนจะแจ้งน่าจะได้ผลที่ดีกว่า (จากที่ไปฟัง Diamond เทียบที่ มีและไม่มี Mid ด้วย ตัวมี Mid ให้เสียงที่ออกมาดีกว่า เมื่อดูภาพรวมครับ) แล้วด้วยราคาที่เกือบจะจ่ายเท่า Paradigm คือรุ่นนี้มันสามหมื่นนิดๆๆเองด้วย แพงกว่า RTI A5 ประมาณ เจ็ดพัน แต่ด้วยรูปลักษณ์ ผมว่า คุ้มค่าครับ แต่เดี๋ยวก่อน ผมยังไม่ได้เทียบกับ Monitor Audio คงยังไม่ฟันธงนักแต่โน้มเอียงทาง Polk มากกว่า เพราะด้วยเรื่องราคาแล้วก็ ตัว Center ที่จะมาจับกับ RTI จะเป็นรุ่น
CSi A6 ซึ่งเป็น Full Range ไปแล้วหายห่วงเรื่องดูหนังแน่ๆๆ แล้วสักพักก็คงรอ
FXi A6 เพื่อบอกทาง CMG ให้นำเข้ามานะครับ ก็น่าจะสมบูรณ์แบบด้วยการดูหนัง ที่ราคาไม่แพง เมื่อเล่นครบ 5 Chanel นะครับ ส่วน Sub เนี่ยคงรอตัวที่ใช้อยู่พังก่อนนะครับ ยังไม่คิดซื้อหาครับ
จบจริงๆๆสักที อย่างที่บอกเหมือนเดิม มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่ผมเขียน กรุณาอย่า PM มานะครับ มาเขียนที่กระทู้นี้เหมือนเดิมนะครับ จะได้เป็นประโยชน์แก่คนอื่นบ้างครับ ส่งมาผมก็จะไม่ตอบกลับนะครับ